WASH MOBIL

Coming Soon..





ปิด

"WASH MOBIL ให้บริกำรครบวงจร ดูแลรถคุณแบบ VIP ถึงบ้าน"

WASH MOBIL PEROSNAL CAR WASH & CAR DETAIL SERVICE DELIVERY

ก้าวข้ามดูแลรถแบบเดิมๆ...รถสวย สะอาด สะดวก ไม่ต้องออกไปไหน

Line@: @washmobil  เพิ่มเพื่อน Tel 099-414-1544




จองคิวออนไลน์ / SERVICE REQUEST FORM

ดัชนีการแสดงผลรถติด ณ เวลาปัจจุบัน

กดลิงค์เพื่อแสดงรายละเอียด


Next Service Available

  • คิวเวลาที่ว่าง

9.00 AM-17.00 PM

  • วันจันทร์ Monday 30/10/2017
  • *ขึ้นอยู่กับเขตพื้นที่ให้บริการ


เมมเบอร์รายเดือน/สมาชิก washmobil



“ให้บริการล้างรถ เป็นเรื่องง่ายๆ... ไว้ใจได้”




NEW! CAR CARE DELIVERY

บริการดูแลรถแบบ VIP ถึงบ้ำน
เปิดบริการทุกวัน



MONTHLY SERVICE

ล้างรถรายเดือนเริ่มต้นที่ 2,100฿



PRICE

รับทราบราคาก่อนตอบรับบริการ ไม่มีค่าบริการแอบแฝง



FULL CAR SERVICE

ล้างรถ เคลือบสี ขัดสี เคลือบแก้ว



SERVICE CONVERAGE

ให้บริการทุกเขตพื้นที่ทั่วกรุงเทพ



SERVICE

บริษัทอบรมพนักงานอย่างเป็นระบบ
เป็นขั้นตอนเพื่อความเป็นมืออาชีพบริการสูงสุด



TRUSTWROTHY

รับทราบชื่อ เบอร์ติดต่อ
รูปถ่ายเจ้าหน้าที่ทุกออเดอร์ก่อนรับบริการ



POINT EARNING

บัตรสะสมคะแนน WASH MOBIL




บริการที่รองรับ

Wash Mobil มีบริการมากมาย เพื่อให้สมาชิกใช้งานได้เลือกใช้บริการอย่างสะดวกสบาย


ล้างสี - ดูดฝุ่น

ล้างสี / ดูดฝุ่น / เช็ดภายใน (เบาะ/คอนโซล) /
เคลือบล้อ ซุ้มล้อ / เช็ดเคลือบผ้ายางรองพื้น
เวลาบริการ 45 นาที


เคลือบสี Swissvax

เคลือบสีรถด้วย Canuba wax คุณภาพจาก
Switzerland ช่วยให้รถเงาลื่น น้าก่อตัวเป็นเม็ด
ไม่ทิ้งคราบบนสีรถ เวลาบริการ 20 นาที


ขัดเคลือบสี Swissvax

เคลือบสีรถด้วย Canuba wax คุณภาพจาก
Switzerland ตามด้วยเครื่องเพื่อนวดน้ายา
ให้ซึมเข้าสู่ชั้นแลคเกอร์ได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้รถเงาลื่น
น้าจะก่อตัวเป็นเม็ด ไม่ทิ้งคราบบนผิวรถ
เวลาบริการ 45 นาที


ขัดสีฟูลเซต

ลูบดินน้ามัน / ขัดลบรอยขัดขจัดลบรอยรอบคัน /
ขัดชักเงา / ขัดเคลอบสี
แก้ปัญหารถมีรอยขนแมว-คราบน้า
เวลาบริการ 4 ชม.


เคลือบแก้ว

สร้างชั้นฟิลม์ปกป้องรถใหม่ของคุณ
ด้วยผลิตภัณฑ์น้ายาเคลือบแก้ว 9H
ขั้นตอนรวมขัดชักเงาให้สีฉ่าที่สุดก่อนเคลือบ
เวลาบริการ 6-7 ชม.


×
×
×
×

อบโอโซน

ภายในห้องโดยสารกลับมาหอมสะอาด และกลิ่นสดชื่น
แก้ปัญหาขจัดกลิ่นเหม็น / กลิ่นอับภายในห้องโดยสาร
เวลาบริการ 20 นาที


เคลือบกระจก

เคลือบน้ายาปกป้องน้า - ฝุ่นเกาะจกรถ
ไม่ให้เกิดคราบน้า ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับรถ
เวลาบริการ 20 นาที


ล้างห้องเครื่อง

ความสะอาดห้องเครื่อง พร้อมลงน้ายาเคลือบ
ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง (ป้องกันแผงวงจรไฟฟ้า)
เวลาบริการ 20 นาที


ขัดไฟหน้า

ขัดปรับสภาพโคมไฟหน้า แก้ปัญหาโคมไฟหน้าเหลืองหมอง
ให้กลับมาใสสะอาด
เวลาบริการ 1 ชม.


ฟอกเบาะหนัง

ปรับฟิ้นฟูสภาพเบาะภายใน
แก้ปัญหาคราบสกปรก คราบกางเกงยีนส์ติดเบาะรถ
เวลาบริการ 3 ชม.

Package ล้างรถเดลิเวอรี่ รายเดือน





พื้นที่บริการ


ข่าวสารความรู้

X

"ก่อนทำประกันภัยรถยนต์ ควรอ่านสักนิด ! คำแนะนำดีๆ"

ควรทำประกันรถยนต์ไว้เพื่อความสบายใจในการใช้งาน

   สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ในปัจจุบันนี้นั้นส่วนใหญ่จะมีประกันภัยรถยนต์อยู่แล้วแต่บางท่านก็ยังไม่ทราบว่า ประกันภัยรถยนต์นั้นมีอะไรบ้างซึ่งประกันภัยรถยนต์สามารถแบ่งออกได้ตามนี้

 

1.ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ


ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ อันนี้เพื่อนๆรู้จักกันเป็นอย่างดีแน่นอน ที่หลายๆท่านชอบเรียกกันว่า พรบ.โดยตัว พรบ.จะเป็นประกันภัยที่ทางกฎหมายนั้นบังคับให้เจ้าของรถทุกแบบทุกจำเป็นต้องทำ และอีกสิ่งนึงหากไม่มีการทำ พรบ. เราก็จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้อีกด้วย


2.ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ


ประกันภัยภาคสมัครใจ ตัวนี้นั้นใครจะสามารถทำประกันภัยหรือไม่ทำประกันภัยก็ได้ ซึ่งผู้ที่สนใจที่ต้องการจะทำนั้นสามารถหาซื้อประกันภัย ได้ตามบริษัทประกันภัยหลายๆบริษัทในบ้านเรา ซึ่งแต่ละบริษัทนั้นก็จะมีรูปแบบของประกันภัยให้เลือกต่างๆมากมาย ซึ่งแต่ละรูปแบบก็จะมีการคุ้มครองและก็ค่าเบี้ยประกันที่ต่างกัน โดยสามารถ แยกย่อยได้ตามนี้


 -ประกันภัยชั้น 1


-คุ้มครองในเรื่องความเสียหายต่อชีวิตและอนามัยขอบบุคคลภายนอก


-คุ้มครองในความเสียเรื่องทรัพย์สินขอบบุคคลภายนอก


-คุ้มครองในส่วนซ่อมรถคันเอาประกัน


-คุ้มครองในกรณี รถหาย หรือ ไฟไหม้ ซึ่งการรับผิดชอบจะอยู่ตามทุนประกัน


-ค่าเบี้ยประกันจะอยู่ที่ 13,000 ขึ้นไป


-ประกันภัยชั้น 2+


-คุ้มครองในเรื่องความเสียหายต่อชีวิตและอนามัยขอบบุคคลภายนอก


-คุ้มครองในความเสียเรื่องทรัพย์สินขอบบุคคลภายนอก


-คุ้มครองในส่วนซ่อมรถคันเอาประกัน ต้องชนกับรถด้วยกันเท่านั้น หรือมีคู่กรณี


-คุ้มครองในกรณี รถหาย หรือ ไฟไหม้


-ค่าเบี้ยประกันจะอยู่ที่ 7,200-12,000 แล้วแต่บริษัทและทุนประกันที่เลือก


-ประกันภัยชั้น 3


-คุ้มครองในเรื่องความเสียหายต่อชีวิตและอนามัยขอบบุคคลภายนอก


-คุ้มครองในความเสียเรื่องทรัพย์สินขอบบุคคลภายนอก


-ค่าเบี้ยประกันจะอยู่ที่ 1,900-2,500 บาทสำหรับรถเก๋ง และ 2,800-3,500 สำหรับรถกระบะ


-ประกันภัยชั้น 3+


-คุ้มครองในเรื่องความเสียหายต่อชีวิตและอนามัยขอบบุคคลภายนอก


-คุ้มครองในความเสียเรื่องทรัพย์สินขอบบุคคลภายนอก


-คุ้มครองในส่วนซ่อมรถคันเอาประกัน ต้องชนกับรถด้วยกันเท่านั้น หรือมีคู่กรณี


-ค่าเบี้ยประกันจะอยู่ที่ 6,500-9,000 แล้วแต่บริษัทและทุนประกันที่เลือก


           ซึ่งการทำประกันภัยนั้นผู้ที่ทำต้องตรวจสอบเงื่อนไขและการคุ้มครองจากบริษัทประกันภัยที่ได้ทำการซื้อเพราะแต่ละที่นั้นจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นที่ต้องตรวจสอบให้ดี


ประกันภัยแต่ละแบบนี้จะมีการคุ้มครองที่แตกต่างกัน

 

          เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ที่ได้นำมาให้เพื่อนๆได้ชมกันในวันนี้ถือความสำคัญของประกันภัยนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากหากเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะเลือกหรือใหญ่ ก็ช่วยแบงเบาค่าใช้จ่างที่ต้องเสียไปได้มากเช่นกัน และเพื่อนๆสามารถติดตามเรื่องราวเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ดีๆแบบนี้ได้ที่

X

"พรมรถยนต์ มีวิธีการดูแลอย่างไร ไปชมกัน"

การทำความสะอาดพรมรถยนต์สามารถใช้สเปรย์ ทำความสะอาดได้เช่นกัน

 

          พรมรถยนต์ถือว่าเป็นอีก1สิ่งที่ควรดูแลรักษาอีกเช่นกันไม่แพ้ภายนอกรถ ซึ่งพรมรถยนต์นั้นจะเป็นตัวป้องกัน เสียงและความร้อนที่จะเข้ามาในรถที่มาจากด้านล่างของรถ นอกจากการที่เราล้างรถดูดฝุ่นตามปกติที่เคยทำวันนี้เราจะพาไปดูในเรื่อง การทำความสะอาดคราบเปื้อนพรมรถยนต์ และกลิ่นที่ติดพรมรถยนต์กัน

 

1.หากพรมรถยนต์ เปื้อนคราบน้ำมันเครื่อง หรือคราบต่างๆ ควรที่จะรีปนำออกมาทำความสะอาดโดยเร็วโดยน้ำยาทำความสะอาดพรมรถยนต์ที่สามารถหาซื้อได้ตามทั่วไป หากทิ้งไว้นานก็จะทำให้คราบต่างๆจับตัวที่พรมรถยนต์จะทำให้ทำความสะอาดออกได้ยาก


2.เมื่อเกิดหมากฝรั่งติดพรมรถยนต์ นั้นไม่ควรรีปดึงออกโดยทันทีเพราะจะทำให้เนื้อพรมรถยนต์เสียหาย ควรนำน้ำแข็งมาประคบกับหมากฝรั่งให้แข็งตัว ก็จะทำให้เราสามารถลอกหมากฝรั่งได้ง่ายกว่าเดิม


3.เมื่อพรมรถยนต์มีกลิ่นอับ ให้นำรถไปจอดกลางแดดแล้วปิดกระจกไว้ทุกบานถึงไว้ 2-5ชั่วโมง แล้วจึงเปิดประตูให้ลมนั้นพัดผ่านซึ่งความร้อนจากแสงแดดจะช่วยทำลายกลิ่นให้จางลงได้


4.เมื่อพรมเปียกน้ำ ถ้าพรมรถยนต์เกิดเปียกน้ำนิดหน่อย ก็สามารถหาผ้าหรือทิชชู่มาซับ แล้วนำรถจอดไปจอดตากแดดจนกว่าพรมจะแห้ง แต่ถ้าเกิดเปียกชุ่ม ควรรีปน้ำพรมรถยนต์ออกมาตากแดดให้แห้งโดยเร็ว เพราะไม่อย่างนั้นพรมรถยนต์จะกลายเป้นแหล่งรวมเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับ


5.พรมรถยนต์เปื้อนคราบโคลน หรือโอนอาเจียน วิธรการทำความสะอาดนั้นควรหาผ้าที่มีการดักซับความสกปรกได้มาก มายิบจับเศษสิ่งสกปรกออก หลังจากนั้นให้นำผ้าแห้งมาซับความเปียกชื้นออกไปและเช็ดวนเป้นวงกลม เเละเพื่อความสะอาดควรนำน้ำยาทำความสะอาดมาเช็ดทำความสะอาดพรมรถยนต์อีกที เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ


เมื่อพรมรถยนต์เปียกน้ำควรนำออกมาตากแตดเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อโรคและกลิ่นเหม็นอับ

 

          เป็นอยางไรกันบ้างครับกับเกร็ดความรู้เกี่ยวการดูแลรักษาพรมรถยนต์ที่ทางทีมงาน BoxzaRacing ได้นำมาให้เพื่อนๆได้ชมกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นอีก1สิ่งที่อยู่ในรถที่ต้องดูแลกันอย่างเป็นพิเศษอีกหนึ่งสิ่งหนอกเหนือจากการดูแลรักษาตัวรถ และเพื่อนๆสามารถติดตามเรื่องราวเกร็ดความรู้ดีๆแบบนี้ได้ที่ BoxzaRacing.com กันได้ตลอดครั้งหน้าจะเป็นเรื่องอะไรรอชมกันได้เลยครับ

X

มาเช็คจุดอับสายตาขณะขับรถยนต์กัน เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

  นี่เป็นจุดบอดของรถยนต์ที่ทำให้เรามองไม่เห็นรถหรือวัตถุที่อยู่ในจุดนั้นได้ จะเห็นได้ว่ารถที่อยู่ในเลนซ้ายมือนั้นอยู่ใกล้รถที่อยู่เลนกลางมาก(ในรูปด้านบน) รวมถึงมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ในเลนขวาก็อยู่ใกล้รถเลนกลางเช่นกัน หากรถเลนกลางเบี่ยงเข้ามาเลนซ้ายโดยมองเพียงกระจกมองข้างด้านซ้าย และความกว้างของกระจกมองหลังก็ไม่สามารถที่จะครอบคลุมรถที่อยู่ในเลนซ้ายและขวาได้ ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่จะชนรถที่อยู่ในเลนซ้ายเช่นเดียวกันเพราะอยู่ในจุดอับสายตา หลายคนคงคิดว่าแล้วอย่างนี้เราจะมีวิธีลดจุดอับสายตารึเปล่า และทำได้อย่างไร มาชมกันค่ะ

 

 ช่อง 1                    ช่อง 2                    ช่อง 3                    ช่อง 4


          อย่างแรกที่สำคัญ คือ ท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง เกี่ยวข้องกับการลดจุดบอดขณะขับรถมาก ซึ่งท่านั่งขับรถที่ถูกต้องจะสัมพันธ์กับการปรับกระจกมองข้างและกระจกมองหลัง เมื่อเรานั่งด้วยท่านั่งที่ถูกต้องแล้ว จึงปรับกระจกมองข้างและกระจกมองหลัง โดยกระจกมองหลังต้องมองเห็นกระจกที่อยู่ด้านหลังได้ทั้งบาน เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยของรถที่อยู่ด้านหลัง (ช่อง 1 ) และต้องปรับด้วยองศาที่มองไม่เห็นศีรษะของเราเช่นกัน  และการปรับกระจกมองข้างให้เห็นรถที่อยู่ด้านหลังกำลังจะแซง (ช่อง 2) รวมถึงเห็นรถที่อยู่เลนด้านข้างแต่อยู่ข้างหลัง (ช่อง 3) และเมื่อรถจากเลนซ้ายเข้ามาใกล้บริเวณจุดอับสายตา(ช่อง 4) ให้เราหันไปมองที่กระจกด้านข้าง(ฝั่งที่เราจะเปลี่ยนเลน) อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรถที่อยู่ในจุดอับสายตาแล้วจึงจะเปลี่ยนเลน เพียงเท่านี้ก็สามารถลดจุดบอดหรือจุดอับสายตาขณะขับรถได้แล้ว

X

10 วิธีการขับรถที่จะช่วยคุณประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นกว่าเดิม

ซึ่งวิธีเหล่านี้ที่จะนำมาแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบกันนั้นหากทำได้ก็จะสามารถประหยัดน้ำมันได้บ้างไม่มากก็นะครับ


เริ่มจากการสตาร์ทเครื่องยนต์ก่อนออกตัวควรวอร์มเครื่องยนต์ให้ร้อนสักประมาณ 2-3 นาที และไม่ควรจะวอร์มเครื่องยนต์นานเกินไป เพราะจะให้เปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุ เพราะรถยนต์ใหม่ๆมีระบบการหล่อลื่นเครื่องยนต์ที่พัฒนามากกว่าเดิมแล้ว

 

การออกตัวของรถยนต์นั้นควรออกตัวอย่างช้าๆและค่อยๆกดคันเร่งออกไปให้รอบเครื่องยนต์อยู่ประมาณ 1,000 - 2,500 รอบ/นาที ไม่ควรออกตัวแบบกระชากหรือเหยียบคันเร่งมากเกินไป เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดน้ำมันได้แล้วยังช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ได้อีกด้วย

 

เมื่ออยู่บนถนนที่โล่งไม่ควรขับรถจี้คันหน้าแล้วเบรคบ่อยๆ ควรรักษาระยะห่างพอสมควร กะระยะห่างของรถไปประมาณ 4-5 ช่วงรถ เพื่อจะได้มีเวลากะระยะเบรคหรือยกเท้าออกจากคันเร่งเพื่อชลอรถ รวมทั้งถ้าเกิดรถคันหน้าเบรคกระทันหัน จะสามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

 

ในกรณีที่เป็นทางลาดชันถ้ารถมีความเร็วไม่มาก ให้ใช้เกียร์ต่ำเพื่อลดภาระของเครื่องยนต์ แต่ถ้ารถมีมาด้วยความเร็วพอมาณให้เร่งความเร็วขึ้นเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 5 km/h เมื่อถึงยอดของทางลาดชันและกำลังจะเข้าสู่ทางลงให้ทำการปล่อยคันเร่งและให้รถไหลไปตามแรงของทางลาด จะช่วยในเรื่องประหยัดน้ำมันได้อีกทางหนึ่ง

 

ถ้าเป็นการขับรถที่มีระยะทางไกลๆ และเป็นถนนที่ใช้ความเร็วได้ ควรใช้ความเร็วคงที่ประมาณ 110 km/h สำหรับรถที่มีเครื่องยนต์ 2,000 cc. ขึ้นไป และความเร็วที่ 90 km/h สำหรับรถที่มีความจุน้อยกว่า 1,600 cc. เพราะเป็นความเร็วที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุดในการขับรถครับ

 

ไม่ควรเปลี่ยนเลนหรือเร่งแซงบ่อยๆ เพราะการเร่งแซงในแต่ละทีนั้นต้องใช้กำลังของเครื่องยนต์ที่มากกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าปกติด้วย

 

เมื่อเห็นว่าข้างหน้านั้นมีไฟแดง ให้ทำการปล่อยคันเร่งแล้วให้รถไหลไปตามแรงเฉื่อยของตัวรถ เพราะตัวรถเองนั้นจะมีการตัดการหยุดการสั่งจ่ายน้ำมันอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก้ไม่ควรทิ้งระยะห่างปล่อยให้รถชลอตัวมากเกินไปจนไปขวางทางรถคันที่ตามหลังมา

 

ควรพักจอดพักรถอย่างน้อย 15 นาที ในกรณีที่ขับรถติดต่อกันนานเกินกว่า 4 ชั่วโมง เพราะจะทำให้ระบบน้ำมันและระบบหล่อลื่นรวมถึงระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์กลับมาสู่ปกติ และยังช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าจากการขับรถติดต่อกันเป็นเวลานานของผู้ขับเองอีกด้วย

 

ก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางสัก 500 เมตร ให้ทำการปิดคอมเพรสเซอร์แอร์ จะสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้แถมยังช่วยไล่ความชื้นในตู้แอร์และป้องกันเชื้อราที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย

 

ควรทำการตรวจเช็คลมยางของรถทุกๆ 2 อาทิตย์ เพราะการที่ลมยางน้อยนั้นจะส่งผลให้เครื่องยนต์ต้องรับภาระและใช้น้ำมันที่มากกว่าปกติในการที่จะขับเคลื่อนรถยนต์ไปข้างหน้า

 

          เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเคล็ดลับการขับรถที่จะช่วยรถของคุณนั้นประหยัดน้ำมันมากขึ้น จะเห็นได้ว่าบางวิธีก็สามารถทำได้ง่ายๆ แต่บางวิธีต้องมีการฝึกให้เคยชินซึ่งก็ไม่ได้ยากจนเกินไป สำหรับคราวหน้า Washmobil จะมีความรู้เรื่องรถหรือเคล็ดลับอะไรมานำเสนออีก ก็ต้องติดตามกันดูนะครับ วันนี้คงต้องลากันไปก่อน สวัสดีครับ

X

การขับถอยหลัง กับเทคนิคง่ายๆ ที่มือใหม่หัดขับควรรู้

 เกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้ทางทีมงานจะพาเพื่อนๆไปพบกับ เรื่องของการขับรถถอยหลังมีเทคนิคอย่างไร ซึ่งการขับรถถอยหลังถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าปวดหัวเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่หัดขับรถใหม่ๆ บางครั้งอาจจะไม่ชินจนทำให้เกิดอุบัติเหตุก็มี เดี๋ยวเราไปชมกันเลยครับกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้


ท่านั่งในขณะที่ขับถอยหลังถือว่ามีผลเป็นอย่างมากเลยทีเดียว


           เรื่องของการขับรถถอยหลังนั้นจริงแล้วถือว่าเป็นการขับที่ค่อนข้างมีปัญหาเป็นอย่างมากเลยทีเดียวโดยเฉพาะนักขับมือใหม่ ซึ่งในวันนี้เราจะพาไปพบกับเทคนิคการขับรถถอยหลังที่ นักขับรถมือใหม่ควรทราบ และสามารถนำไปทำตามได้ง่ายๆเลยทีเดียว โดยมีเทคนิคการขับดังนี้

 

ขับช้าๆ


          การขับรถถอยหลังควรที่จะขับด้วยความเร็วต่ำ เพราะจะทำให้สามารถควบคุมพวงมาลัยรถได้ดีกว่าการขับด้วยความเร็วสูง


เคลื่อนที่เล็กน้อยตอนหมุนพวงมาลัย


           ในขณะที่เราทำการหักเลี้ยวพวงมาลัย ในขณะขับรถถอยหลังควรที่จะมีการเคลื่อนที่ขอรถเล็กน้อยเพราะจะทำให้ลดการเสียดสีของหน้ายางกับถนนลดลง


อยากให้ท้ายรถหันไปทางไหนก็หักเลี้ยวไปทางนั้น


            ตามหลักของการขับรถถอยหลัง ถ้าเราต้องการให้ท้ายรถหันไปทางไหนก็ให้ทำการหักพวงมาลัยไปทางด้านนั้น ยกตัวอย่างเช่น ต้องการจะให้ท้ายรถหันไปทางด้านซ้าย ก็ให้ทำการหักพวงมาลัยไปทางด้านซ้าย


ถอยหลังในจังหวะคับขัน


            หากมีความจำเป็นที่จะต้องถอยหลัง ในช่วงที่มีการจราจรหนาแน่น ให้ทำการเปิดสัญญาณไฟ แล้วดูด้วยว่ารถที่ผ่านไปมาพ้นระยะวงเลี้ยวเราหรือไม่ทั้ง ด้านหน้า-ด้านหลัง ซ้าย-ขวา


ดูระยะห่างด้านหลังให้ดี


           การถอยหลังเข้าซองที่มีด้านหลังเป็นกำแพง แล้วกลัวว่ารถจะชนกับกำแพงทางด้านหลัง ให้ใช้วิธีการแตะเบรคช่วยในจังหวะที่กำลังถอยแล้วดูรัศมีของไฟ จะสามารถช่วยได้เช่นกันหากรัสมีของไฟเล็กลงแสดงว่าใก้กับกำแพงแต่ถ้ารัสศมีไฟยังใหญ่อยู่แสดงว่าสามารถถอยได้อีก


ดูรถคันด้านข้างก็ได้


            วิธีการดูแบบนี้ก็เป็นอีกวิธีที่สามารถดูได้เช่นกัน  เมื่อเราทำการถอยหลังนั้นให้ทำการสังเกตประตูของรถคันที่จอดคันข้างๆ ซึ่งตอนถอยจอดพยามให้ประตูรถเราเท่ากับคันด้านข้างเป็นอันใช้ได้


ในขณะที่ขับรถถอยหลังหากใช้ความเร็วที่พอเหมาะก็จะทำให้บังคบรถง่ายขึ้น


           เป็นอย่างไรกันบ้างครับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้ที่ทางทีมงานได้นำมาให้เพื่อนๆได้ชมกัน เกี่ยวกับเทคนิคการขับรถถอยหลัง ซึ่งเทคนิคพวกนี้เพื่อนๆที่พึ่งหัดขับรถใหม่หรือใครที่ไม่ถนัดกับการขับรถถอยหลัง สามารถนำไปใช้กันได้เลยครับ ในครั้งหน้าเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์จะเป็นเรื่องไหนเพื่อนๆสามารถติดตามกันได้ที่ Washmobil.com กันได้เลยครับ

X

วิธีตรวจเช็กสภาพรถยนต์เบื้องต้น ทำเองได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด

ทุกวันนี้การเดินทางส่วนใหญ่จะใช้รถยนต์แทบทั้งสิ้น และยิ่งใครที่ต้องใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวันบ่อย ๆ ด้วยแล้วละก็ บทความนี้อาจเป็นความรู้ให้ไม่มากก็น้อย หรือบางคนอาจรู้แล้วก็ไม่เป็นไร เพราะยังมีมือใหม่บางท่านที่อาจยังไม่ทราบก็ได้

          สำหรับวิธีตรวจเช็กต่าง ๆ ที่นำมาเสนอในครั้งนี้ จะเป็นการตรวจเช็กแบบคร่าว ๆ ที่ทำได้ด้วยตนเอง เพื่อที่จะได้รับรู้ทันท่วงที หากเกิดความผิดปกติขึ้น ก่อนที่มันจะลุกลามไปใหญ่โตจนทำให้เสียเงินเสียทองซ่อมบานตะไท และขอย้ำว่านี่ไม่ใช่แนวทางการซ่อม หากพบเจอปัญหาควรนำรถยนต์เข้าศูนย์ซ่อม หรืออู่ซ่อมรถยนต์ทันทีจะดีที่สุด


 วิธีตรวจเช็กสภาพรถ

 

          1.น้ำมันเครื่อง ดึงก้านน้ำมันเครื่องออกมาในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานจนถึงอุณหภูมิปกติแล้วดับสักครู่ (1-5นาที) จากนั้นเช็ดทำความสะอาดปลายก้านที่มีน้ำมันเครื่องติดออกมา แล้วใส่กลับเข้าไปที่เดิมอีกครั้ง ปล่อยไว้สักครู่แล้วดึงออกมาวัดระดับที่ได้ ว่ามีน้ำมันเครื่องคงเหลืออยู่ปริมาณเท่าไร โดยดูได้จากเกจวัดระดับ และที่ดีที่สุดคือระดับน้ำมันเครื่องต้องอยู่ในจุด F หรือ FULL นั่นเอง (อย่าปล่อยให้น้ำมันเครื่องแห้งเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเครื่องยนต์พังแน่ๆ)


 วิธีตรวจเช็กสภาพรถ


          2.น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ สิ่งแรกที่ต้องทำคือจอดรถบนทางราบ และใส่เบรกมือ จากนั้นสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเปลี่ยนเกียร์ ไล่ไปตั้งแต่ตำแหน่ง P จนถึง L หรือ 1 เมื่อเปลี่ยนเกียร์แต่ละตำแหน่งให้ค้างไว้ที่ตำแหน่งนั้น ๆ สักครู่ แล้วจึงค่อยเลื่อนเปลี่ยนเกียร์ถัดไป เสร็จทุกเกียร์แล้วจึงเลื่อนมา P หรือ N ดึงก้านวัดระดับเกียร์อัตโนมัติออกมาแล้วเช็ดทำความสะอาดก่อน จากนั้นใส่ก้านวัดกลับเข้าไปแล้วดึงออกมาใหม่ คราวนี้สังเกตดูว่าระดับน้ำมันที่ติดออกมาอยู่ตรงตำแหน่งไหน ซึ่งถ้ายังอยู่ตรงคำว่า H หรือ HOT แสดงว่าระดับน้ำมันเกียร์อัตโนมัติปกติ


 วิธีตรวจเช็กสภาพรถ


          3.น้ำมันเบรก มีจุดให้สังเกตระหว่าง Min กับ Max ถ้าในระดับปกติต้องไม่เกิน Max และไม่ต่ำกว่า Min แต่ถ้าหากรู้สึกว่า น้ำมันเบรกพร่องหายเยอะเกินปกติ ควรรีบหาสิ่งผิดปกติโดยทันที หรือนำไปให้ช่างผู้ชำนาญตรวจเช็ก และแก้ไข


 วิธีตรวจเช็กสภาพรถ


          4.น้ำมันคลัทช์ สำหรับรถยนต์เกียร์ธรรมดา เช่นเดียวกันกับน้ำมันเบรก สังเกตดูที่ระดับ Min กับ Max โดยระดับน้ำมันคลัทช์ต้องอยู่ระหว่างกลาง ไม่มาก ไม่น้อยไปกว่าจุดที่กำหนด และถ้ารู้สึกว่าน้ำมันคลัทช์หายเยอะจนผิดปกติ ให้รีบหาต้นตอปัญหา หรือให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็ก และแก้ไขทันที


 วิธีตรวจเช็กสภาพรถ


          5.น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ เช็กได้ง่ายๆ เหมือนกับ 2 ข้อด้านบน ดูระดับ Min กับ Max เช่นเดียวกัน ไม่ให้น้อย หรือเกินกว่าจุดที่กำหนด และถ้าระดับน้ำมันหายไปเยอะผิดปกติ ก็ตรวจหาสาเหตุ หรือให้ช่างตรวจเช็ก และแก้ไขทันที


 วิธีตรวจเช็กสภาพรถ


          6.น้ำในถังฉีดกระจก อาจจะดูไม่ค่อยสำคัญเท่าไร แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็นต้องใช้จริง ๆ มีไว้ก็ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี ดังนั้นควรเช็กบ้างว่ามันยังมีเหลือหรือเปล่า เพราะใช้เพียงแค่น้ำเปล่าธรรมดาเท่านั้น


 วิธีตรวจเช็กสภาพรถ


          7.แบตเตอรี่ มีทั้งแบบแห้ง (ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น และแบบน้ำ (เติมน้ำกลั่น) สำหรับแบตฯ แห้ง ราคาค่อนข้างจะสูงมากทีเดียว แต่ก็ดีตรงที่ไม่ต้องดูแลอะไรมาก เพียงแค่สังเกตอาการ ถ้าเมื่อไหร่ที่เริ่มสตาร์ทติดยาก หรือถึงตามระยะเวลาอายุการใช้งาน ก็เตรียมตัวเปลี่ยนได้เลย แต่ถ้าเป็นแบตฯ น้ำ ต้องดูแลใส่ใจกันนิดนึง เพราะใช้ไปสักระยะ น้ำที่อยู่ในแบตฯ จะระเหยออกไป ดังนั้นจึงต้องคอยเติมอยู่เสมอไม่ให้ขาด และอย่าเติมล้นเกินไป เพราะเมื่อมันเดือดกรดจะล้นออกมากัดขั้ว หรือตัวถังรถได้


 วิธีตรวจเช็กสภาพรถ


          8.น้ำยาหล่อเย็นในหม้อน้ำ ควรจะเช็กในตอนเช้า ๆ ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ หรือเช็กในตอนที่เครื่องยนต์ไม่มีความร้อนจะดีที่สุด ส่วนการสังเกตความผิดปกตินั้น ก็เปิดฝาหม้อน้ำ หรือถังพักน้ำสำรอง ดูสี ดูสภาพ ว่ายังดูดีเหมือนตอนแรกหรือเปล่า น้ำลดหายไปมากแค่ไหน ถ้าหายไปก็เติมเข้าไปด้วยน้ำยาหล่อเย็น หรือน้ำเปล่า (เฉพาะในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น) เพราะการใช้น้ำยาหล่อเย็นจะช่วยป้องกันหม้อน้ำได้ดีที่สุด และหากสภาพที่เห็นไม่ค่อยสู้ดี มีสีของสนิม สมควรแก่การเปลี่ยนถ่ายโดยทันที


 วิธีตรวจเช็กสภาพรถ


          9.ท่อยาง ท่อทางเดินต่าง ๆ ในห้องเครื่อง ตรวจดูท่อต่าง ๆ ว่ามีตรงไหนผิดปกติบ้าง และท่อเชื่อมต่อต่างๆ ยังอยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งานหรือเปล่า เช่น ไม่มีการรั่ว เยิ้ม แฉะ ซึม ฯลฯ พร้อมทั้งตรวจสภาพของท่อไปด้วยว่ามีอาการ กรอบ แข็ง นิ่ม หรือไม่


 วิธีตรวจเช็กสภาพรถ


          10.ไส้กรองอากาศรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นแบบเปียก หรือแบบแห้ง กรองเปลือย หรือกรองเดิม ก็ต้องใส่ใจดูแลกันสักหน่อย จะได้ไม่มีเศษฝุ่นสิ่งสกปรกต่าง ๆ ผ่านเข้าไปในห้องเผาไหม้ ส่วนการดูแลก็ทำได้ง่าย หากดูแล้วยังเห็นว่าใช้งานได้อยู่ สกปรกไม่มาก ก็จัดการนำไปเป่าไล่เศษฝุ่นต่าง ๆ จากภายในออกสู่ภายนอกให้หมด หรือถ้าเป็นแบบเปียกก็นำไปล้างแล้วลงน้ำยาใหม่ และถ้าสกปรกมาก หรือดูสภาพไม่ดีแล้ว จัดการเปลี่ยนใหม่ดีที่สุด


 วิธีตรวจเช็กสภาพรถ


          11.ยางรถยนต์ ดูคร่าว ๆ ในเรื่องของสภาพยางทั้ง 4 ล้อ และยางอะไหล่ ว่ายังพร้อมใช้หรือไม่ รวมไปถึงตรวจดูลมยางของแต่ละล้อ ว่ามีล้อไหนลมหายไปเยอะผิดปกติกว่าเส้นอื่นบ้าง หากมีควรรีบหาสาเหตุ และนำไปปะยางทันที หรือถ้าสภาพยางไม่ไหวแล้ว จัดการเปลี่ยนใหม่ปลอดภัยกว่า


 วิธีตรวจเช็กสภาพรถ

 

          12.ไส้กรองระบบปรับอากาศภายในรถยนต์ ต้องลงทุนรื้อภายในกันนิดหน่อย แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน ซึ่งหลังจากที่ถอดออกมาแล้ว ก็จัดการเปลี่ยนอันใหม่เข้าไปได้เลย (ไม่แนะนำให้เอามาทำความสะอาดแล้วใส่เข้าไปใหม่ เพราะไส้กรองแอร์ราคาไม่แพงแล้ว)


 วิธีตรวจเช็กสภาพรถ


          13.สัญญาณไฟ และไฟส่องสว่างต่างๆ เช็กดูให้หมด ทั้งไฟหน้าสูง-ต่ำ ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟถอยหลัง ไฟฉุกเฉิน ฯลฯ ว่ามีตรงไหนติด-ดับบ้าง หากมีก็จัดการนำหลอดใหม่เปลี่ยนเข้าไปแทนที่ได้เลย


          ถือเป็นข้อมูลความรู้เบื้องต้นให้แก่ผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ อีกทั้งยังช่วยเสริมให้ผู้ที่รู้แล้วได้เข้าใจมากขึ้น และหากข้อไหนที่เช็กแล้วมีปัญหา ไม่สามารถแก้ไขด้วยตนเองได้ แนะนำให้เข้าศูนย์บริการ หรืออู่ซ่อมทันที เพราะหากทำเองแล้วผิดพลาดจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ สุดท้ายนี้ กระปุกคาร์ หวังเป็นอย่างยิ่งที่บทความนี้ จะมีประโยชน์แก่คุณผู้อ่านทุกคน

X

รถสตาร์ทไม่ติด เกิดจากอะไร ? พร้อมวิธีตรวจต้นเหตุ

รถสตาร์ทไม่ติด

          รถสตาร์ทไม่ติด เกิดจากอะไร ? พร้อมวิธีตรวจต้นเหตุ รถสตาร์ทไม่ติด

          รถสตาร์ทไม่ติด พยายามบิดกุญแจยังไงก็สตาร์ทไม่ได้ เหตุการณ์แบบนี้หลาย ๆ คนคงประสบพบเจอมากับตัวเอง ยิ่งเป็นเวลาเร่งด่วนที่ต้องรีบเร่งด้วยแล้ว มันน่าหงุดหงิดใจยิ่งนัก พาลจะทำให้อารมณ์เสียทั้งวันอีกด้วย

          สำหรับปัญหาหลักของอาการสตาร์ทไม่ติด ส่วนมากจะมาจาก 4 สาเหตุ นั่นก็คือ 1.แบตเตอรี่เสื่อม 2.ไดชาร์จเสื่อม 3.มอเตอร์สตาร์ทเสื่อม 4.ระบบไฟฟ้าในรถมีปัญหา และครั้งนี้กระปุกคาร์ ขอนำเสนอวิธีตรวจเช็ก ว่ามาจากสาเหตุใดกันแน่

           แบตเตอรี่เสื่อม

รถสตาร์ทไม่ติด เกิดจากอะไร

          อาการแบตเตอรี่เสื่อมเพราะตัวแบตไม่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าไว้ได้นาน มีการรั่วไหลของแบตจนหมดในระยะเวลาอันสั้น อาการเสื่อมก็มีหลายระดับไม่เท่ากัน เสื่อมน้อยก็อาจจอดทิ้งเกิน 8 ชม. ขึ้นไปเริ่มสตาร์ทยาก ถ้าแบตเสื่อมมากเพียงแค่ 2-3 ชม. ก็อาจสตาร์ทรถไม่ติดเลย 

          สัญญาณเตือนอาการแบตเสื่อมเบื้องต้นคือ รถเริ่มสตาร์ทยาก มีเสียงแชะ ๆ ลากยาวกว่าจะสตาร์ทติด หลังการจอดรถทิ้งไว้ แก้ปัญหาเบื้องต้นคือขอพ่วงแบตกับคันอื่น

ไดชาร์จเสื่อม

รถสตาร์ทไม่ติด

          นี่จะเป็นปัญหาหนักกว่าแบตเตอรี่เสื่อม เพราะอาการคล้ายกันมาก แต่มีจุดสังเกตที่แตกต่าง คือรถดับเองขณะรอบต่ำ หรือวิ่ง ๆ อยู่รถก็ดับกลางอากาศ

          แต่หากไดชาร์จเสื่อมไม่มาก เมื่อจอดทิ้งเอาไว้แล้วสตาร์ทรถไม่ติดเช่นกัน แก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการพ่วงแบต แต่เราเช็กไดชาร์จเสื่อมได้ง่าย ๆ โดยให้รถสตาร์ททิ้งไว้สักครู่ แล้วถอดขั้วแบตออกสักหนึ่งข้าง หากรถดับทันทีหรือมีอาการไฟตก รถกระตุก ชัดเจนว่าสาเหตุจากไดชาร์จเสื่อม

          เพราะหน้าที่ของไดชาร์จคือปั่นกระแสไฟเลี้ยงรถยนต์และชาร์จเก็บเข้าแบตเตอรี่ หากถอดขั้วแบตออกไฟจากไดชาร์จก็ยังเลี้ยงระบบไฟรถได้คือยังปรกตินั่นเอง

          มอเตอร์สตาร์ทเสื่อม

รถสตาร์ทไม่ติด

          หากสตาร์ทรถไม่ติดเลย ลองพ่วงแบต หรือนำแบตเตอรี่ลูกใหม่มาเปลี่ยนก็ไม่หาย แต่เข้าไปดูที่แผงหน้าปัดก็มีไฟติด สตาร์ทแล้วยังมีเสียงแชะ ๆ (หรือเงียบสนิทก็ได้)  ให้พุ่งเป้าไปที่มอเตอร์สตาร์ทมีปัญหา เตรียมควักระเป๋ามากกว่าปรกติแน่นอน เพราะต้องพึ่งรถลาก หรือบริการซ่อมนอกสถานที่

          ระบบไฟฟ้ารถมีปัญหา

รถสตาร์ทไม่ติด เกิดจากอะไร

          ความจริงแล้วระบบไฟฟ้ารถมีปัญหานั้นเกิดยากสักหน่อย แต่ก็เป็นไปได้ อาการก็ดูง่าย ๆ ว่าบิดกุญแจแล้วไฟที่แผงหน้าปัดไม่มีอะไรขึ้นเลย หากก่อนหน้านี้จอดทิ้งรถไว้นาน ๆ มีกรณีหนูเข้ามากัดสายไฟมาแล้ว

          การตรวจเช็กเบื้องต้น ลองพ่วงแบตดูก่อน ถ้าไม่มีการตอบสนองอะไรเลยเช่นเดิม ก็ชัดเจนว่าเป็นกรณีนี้ เรียกรถลากเข้าศูนย์หรืออู่ซ่อมแน่นอน

          ทั้งนี้กรณีรถสตาร์ทไม่ติด อาจจะปัญหาพร้อมกันมากกว่าหนึ่งกรณี เช่น แบตและไดชาร์จมีปัญหาทั้งคู่ เมื่อเกิดปัญหาแล้วก็อย่าลืมลองตรวจเช็กให้ครบถ้วนจะได้ไม่เจอปัญหาต่อเนื่อง และทางที่ดีควรหมั่นสังเกตความผิดปรกติของรถตามที่เราแนะนำ บำรุงรักษาเรื่อย ๆ ดีกว่ามารอซ่อมแน่นอนครับ

X

"ง่ายและปลอดภัย มาทำความสะอาดเซ็นเซอร์ของระบบ ABS กัน"

    สัญญาณไฟเตือนการทำงานบนระบบ ABS บอกถึงความผิดปกติในรถ บางครั้งที่สัญญาณนี้เตือนเพราะว่าปัญหาเล็ก ๆ อย่างเรื่องตัวจับสัญญาณสกปรก ซึ่งเกิดขึ้นจากการใช้งานปกติทั่วไป ซึ่งการที่ตัวจับสัญญาณสกปรกอาจทำให้การทำงานของระบบไม่ปกติเราควรแก้ไขโดยเร็ว

          ก่อนจะกล่าวถึงการทำความสะอาด ขอกล่าวเล็ก ๆ น้อย ๆ ถึงการทำงานของระบบ ABS เสียหน่อยครับ ระบบ ABS หรือ Anti-locking brake system เป็นระบบที่ช่วยในการเบรกฉุกเฉินของรถ ช่วยให้ล้อของรถไม่ล็อกจากการเบรกกะทันหัน โดยการเบรกกะทันหันจะทำให้น้ำมันเบรกความดันสูงฉับพลัน ส่งผลให้เกิดอาการล้อตายและรถลื่นไถล โดยชุด ABS จะช่วยในการควบคุมการเปิดปิดวาล์วน้ำมันเบรกให้สัมพันธ์กับอัตราการหมุนของเฟืองในความถี่ในระดับที่ไม่ทำให้เกิดความดันสูงจนล้อตาย ดังนั้น หากตัวเซ็นเซอร์ของเราสกปรกจนไม่สามารถจับสัญญาณได้ อาจทำให้ระบบเบรกทำงานได้ไม่เต็มที่


          ก่อนจะเริ่มลงมือทำความสะอาด เราจะเตรียมอุปกรณ์ในการทำดังนี้


           ชุดประแจมาตรฐาน


           ชุดประแจถอดล้อรถ


           แม่แรงยกรถ


           ผ้าเช็ดทำความสะอาด ควรเป็นผ้าที่แข็งเล็กน้อยเพื่อปัดฝุ่นออกได้ดี


ใช้แม่แรงที่แข็งแรงมั่งคงยกรถ


           ขั้นตอนแรก 

          ใช้แม่แรงที่แข็งแรงมั่งคงยกรถขึ้น  แล้วทำการถอดล้อรถ เริ่มที่ล้อหน้าก่อน โดยให้หันล้อไปในฝั่งตรงข้าม เพื่อที่สามารถมองหาตัวเซ็นเซอร์ได้ง่ายขึ้น เช่น หากทำงานกับล้อหน้าฝั่งคนนั่งหรือฝั่งซ้าย ให้หันล้อไปทิศทางเลี้ยวขวา เป็นต้น


ตัวเซ็นเซอร์ของระบบ ABS


           ขั้นตอนที่สอง 

          มองหาตัวเซ็นเซอร์ของระบบ ABS ซึ่งมักจะติดกับตัวถังรถหรือระบบกันสะเทือน อาจมองหาโดยไล่จากบริเวณที่มีสายไฟหรือขั้วไฟก็ได้ ซึ่งรถแต่ละคันจะติดตั้งไม่เหมือนกัน เมื่อเจอแล้วให้ทำการไขอย่างเบามือ อย่ากระชากออกรุนแรงนะครับ เพราะระบบไฟอาจเสียหายได้


นำผ้ามาเช็ดให้สะอาด

           ขั้นตอนที่สาม

          นำผ้ามาเช็ดให้สะอาด ควรใช้ผ้าเช็ดเปล่า ๆ ไม่แนะนำให้ใช้สารทำความสะอาดอื่น ๆ เช็ด เพราะอาจมีผลต่อการทำงานของตัวเซ็นเซอร์ เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว ให้ใส่กลับลงไปที่เดิมอย่างระมัดระวัง


          การทำความสะอาดเซ็นเซอร์เป็นการแก้ปัญหาระบบเบรก ABS โดยพื้นฐานเท่านั้น อาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาทั้งหมด ถ้าหากว่าเราทำจนเสร็จแล้ว ยังมีไฟเตือนขึ้นอยู่ ควรนำรถเข้าไปตรวจสภาพได้แล้วครับ เพื่อความปลอดภัยของเราในยามฉุกเฉิน


          วิธีการดูแลรถโดยพื้นฐานแบบนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่แล้ว ยังสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ซึ่งลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงลงไปได้นะครับ อย่างไรก็ตาม การนำรถเข้าตรวจเช็กตามระยะยังเป็นเรื่องที่จำเป็นนะครับ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถของเราเองและรักษาสภาพการใช้งานของรถ เรายังมีวิธีการดูแลรักษารถที่ชาวกระปุกสามารถทำได้เองอีกมากมาย อย่าลืมติดตามกันนะครับผม

X

"ข้อควรระวังเมื่อจะแต่งรถด้วยสติ๊กเกอร์"

 รถที่เก่าหรือมีสีถลอกไม่ควรติด


          สำหรับรถรุ่นเก่าอายุเกิน 10 ปีขึ้นไปไม่ควรติดเพราะด้วยคุณภาพของสีรถอาจจะยังไม่ทนทานพอ หรือรถของคุณได้ไปเฉี่ยวชนจนเป็นรอยที่กินเนื้อสีเข้าไปก็ควรพ่นสีกันสนิมแล้วขัดก่อนติดสติ๊กเกอร์ เพราะเมื่อต้องการลอกสติ๊กเกอร์ออกอาจจะมีสีรถติดออกมาจากรอบ ๆ รอยถลอกได้


สติ๊กเกอร์รถยนต์


           การติดสติ๊กเกอร์รถยนต์ไม่ควรติดด้วยตัวเอง


          ถ้าติดแบบไม่ได้เป็นลวดลายหรือเป็นแค่จุดเล็ก ๆ ก็พอสามารถทำเองได้ แต่ถ้าจะติดตกแต่งหรือแบบที่เห็นสวย ๆ ก็แนะนำให้ไปทำที่ร้านดีกว่า ลองคิดดูนะครับว่าลวดลายกราฟริกหรือว่าจะติดใหญ่ ๆ ที่ฝากระโปรงรถต้องใช้ฝีมือระดับชำนาญเลยครับ ด้วยตัวสติ๊กเกอร์ที่ใหญ่ โค้งเว้าของตัวรถ หรือแม้แต่การไล่อากาศในสติ๊กเกอร์ถ้าพลาดมาก็ทำให้สติ๊กเกอร์เสียทั้งแผ่นครับ


           ต้องแจ้งเปลี่ยนสีที่กรมการขนส่ง


          แน่นอนครับเมื่อเวลาทำสติ๊กเกอร์มา ย่อมเป็นสีที่แตกต่างจากสีเดิมแน่นอน (ถ้าทำเหมือนสีตัวรถก็มองไม่เห็นนะซิ) ต้องไปแจ้งขนส่งเปลี่ยนสีรถในทะเบียนรถด้วย ไม่เช่นนั้นอาจจะโดนคุณตำรวจเรียกจับเสียค่าปรับเรื่อย ๆ เลยนะครับ (ขอบอกเลยว่าถ้าทำสติ๊กเกอร์มา คุณตำรวจเรียกตรวจบ่อยแน่นอน)


           การติดสติ๊กเกอร์รถอาจทำให้สีไม่สม่ำเสมอได้


          เพราะว่าส่วนที่ไม่ได้ติดสติ๊กเกอร์ นั้นจะโดนแดดเผามากกว่า เมื่อเวลาลอกสติ๊กแล้วอาจจะทำให้สีไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะรถสีเข้มจะเห็นชัดยิ่งขึ้น


          เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเวลาจะตกแต่งรถด้วยสติ๊กเกอร์ก็ควรเพิ่มความรอบครอบให้มากอีกหน่อย เพราะพลาดขึ้นมา เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน ได้ง่าย ๆ เลยนะคร้าบบบบบ

X

10 พฤติกรรมการขับขี่ที่อาจทำร้ายรถให้พังเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว

10 พฤติกรรมการขับขี่ที่ทำร้ายรถให้สึกหรอ และเสียหายอยู่เป็นประจำโดยที่คุณไม่รู้ตัว

 

          จริงอยู่ว่ารถที่เราซื้อมาใช้งานย่อมต้องสึกหรอและหมดสภาพไปตามอายุการใช้งาน ซึ่งแน่นอนว่าอย่างไรก็ต้องมีการบำรุงรักษาหรือเปลี่ยนคันใหม่เมื่อถึงเวลาอันสมควร แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราจะช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานออกไปด้วยการเลิกพฤติกรรมการขับขี่ที่เสมือนเป็นการค่อย ๆ ทำร้ายรถตัวเองอยู่ตลอด ซึ่งเว็บไซต์  popularmechanics.com  ได้รวบรวม 10 นิสัยที่เร่งให้รถยนต์พังได้เร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว ลองมาเช็กกันเลยว่าคุณทำสิ่งเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน


          1. ไม่ยอมใช้เบรกมือขณะจอดรถบนทางลาด

          เมื่อจอดรถบนทางลาดควรใช้เบรกมือก่อนเข้าเกียร์ P ทุกครั้ง เพราะถ้าคุณไม่ดึงเบรกมือก่อนเข้าเกียร์ P สลักเกียร์หรือตัวล็อกเฟืองขับหลัก (Parking Pawl) ซึ่งมีขนาดใหญ่ราวหัวแม่มือจะต้องรับภาระน้ำหนักรถทั้งคันเอาไว้ จึงไม่เป็นผลดีกับระบบเกียร์ และส่งผลให้อุปกรณ์เสียหายต้องจ่ายเงินซ่อมเร็วขึ้น

 

พฤติกรรมการขับขี่ที่อาจทำร้ายรถให้พัง


          2. ปล่อยให้น้ำมันในถังอยู่ระดับต่ำอยู่เสมอ

          การปล่อยให้น้ำมันในถังอยู่ในระดับต่ำจนเกือบหมดอยู่เป็นประจำก่อนที่จะแวะเข้าปั๊มอาจเป็นพฤติกรรมที่หลายคนน่าจะทำบ่อยเพราะดูเหมือนว่าไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย แต่จริง ๆ แล้วเป็นผลเสียกับปั๊มน้ำมันเบนซินที่อยู่ในถังเชื้อเพลิงซึ่งควรมีน้ำมันท่วมอุปกรณ์ตัวนี้อยู่ตลอด มันจะดีกว่าถ้าไม่รอให้น้ำมันใกล้หมดเพื่อยืดอายุการใช้งานปั๊มน้ำมันเบนซินที่มีราคาแพงโดยไม่จำเป็นเพราะถึงอย่างไรคุณก็ต้องเติมน้ำมันอยู่ดี


           3. การเปลี่ยนเกียร์ถอยหลัง-เดินหน้าทันทีโดยไม่รอให้รถหยุดสนิท

          สำหรับพฤติกรรมแย่ ๆ ทำร้ายรถนี้อาจเกิดขึ้นกับเกียร์ธรรมดาได้มากกว่าเกียร์อัตโนมัติ โดยการรีบร้อนเปลี่ยนเกียร์ถอยหลังเพื่อเดินหน้า หรือจากเดินหน้าเพื่อถอยหลังโดยไม่รอให้หยุดสนิทเสียก่อนเป็นการกระทำที่ชัดเจนว่าทำลายระบบขับเคลื่อนและส่งกำลังโดยตรง หากไม่อยากเปลี่ยนเกียร์หรือต้องซ่อมแซมชุดเกียร์ ซึ่งอาจลามไปเครื่องยนต์รวมถึงเพลาขับ รีบแค่ไหนควรรอให้รถหยุดสนิทก่อนทุกครั้ง

 

พฤติกรรมการขับขี่ที่อาจทำร้ายรถให้พัง


          4. ไม่อุ่นเครื่องยนต์ก่อนขับขี่

          รถยนต์ทุกคันจำเป็นต้องอุ่นเครื่องทุกครั้งเมื่อเครื่องเย็น เช่น จอดข้ามคืน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์รุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ เพียงแต่ปัจจุบันอาจลดระยะเวลาให้สั้นลงและสามารถขับออกไปได้เลยแต่มักจะระบุในคู่มือว่าช่วงแรกควรขับขี่อย่างนุ่มนวลเพื่อเป็นการวอร์มให้เครื่องยนต์และน้ำมันเครื่องอยู่ในอุณหภูมิทำงานเพื่อยืดอายุการใช้งานลดการสึกหรอ

 

          5. ออกตัวอย่างรุนแรง

          การออกตัวอย่างรุนแรงหรือรวดเร็วนั้นอาจดูเร้าใจก็จริง ซึ่งนอกจากจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแล้วยังสร้างภาระหนักให้กับชุดระบบส่งกำลังทั้งหมด และยิ่งเร่งไปได้ไม่ไกลแล้วต้องเบรกก็จะทำให้ระบบเบรก เช่น ผ้าเบรก รวมถึงโรเตอร์ทำงานหนักอีก ทั้งนี้หากไม่อยากจ่ายค่าซ่อมหรือบำรุงรักษาเร็วกว่ากำหนดควรขับรถอย่างนุ่มนวลจะดีที่สุด


พฤติกรรมการขับขี่ที่อาจทำร้ายรถให้พัง


          6. ใช้เกียร์ (ธรรมดา) เป็นที่พักมือ

          หากใครยังชอบหรือจำเป็นต้องขับรถยนต์เกียร์ธรรมดาอยู่ และมักพักมือค้างไว้บนหัวเกียร์เพื่อรอจะเข้าเกียร์ต่อไปเสียเป็นส่วนใหญ่แทนที่จะวางบนพวงมาลัย บอกเลยว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บูช และชุดซิงโครไนซ์ของระบบเกียร์สึกหรอได้ ดังนั้นควรวางมือทั้งสองข้างบนพวงมาลัยหลังจากเปลี่ยนเกียร์เพื่อรักษาอายุการใช้งานของเกียร์อีกทั้งยังสามารถควบคุมรถได้อย่างทันท่วงทีด้วย

 

          7. แช่คลัตช์

          อันนี้ยังคงเป็นเรื่องของรถยนต์ที่ใช้เกียร์ธรรมดาอยู่ โดยผู้ขับที่ชอบเหยียบคลัตช์แช่ไว้ขณะจอดรถรอไฟแดงเพื่อจะได้ออกตัวเมื่อไฟเขียวอยู่เป็นประจำ พฤติกรรมเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงเพราะอาจทำให้ชุดเกียร์สึกหรอ และเสียหายได้เร็วกว่าปกติ เช่น ลูกปืนคลัตช์ และชุดกดคลัตช์ ทางที่ดีควรปล่อยเท้าออกจากคลัตช์เข้าเกียร์ว่างเมื่อรถหยุดนิ่ง และเหยียบอีกครั้งเมื่อต้องการออกตัว

 

พฤติกรรมการขับขี่ที่อาจทำร้ายรถให้พัง


          8. บรรทุกของหนักมากเกินไป

          การบรรทุกของหนักมากเกินไปหรือบ่อยครั้งย่อมส่งผลให้ทั้งเครื่องยนต์, ระบบส่งกำลัง, ระบบกันสะเทือนและเบรกทำงานหนักรวมไปถึงสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ ดังนั้นควรทำรถของคุณให้แบกน้ำหนักน้อยที่สุด โดยหลีกเลี่ยงการขนของหนักบ่อย ๆ หรือลองดูว่าสัมภาระอะไรที่ไม่จำเป็นก็ควรเอาออกจากรถไปบ้าง ซึ่งนอกจากจะทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นแล้วยังทำให้รถใช้งานได้ยาวนานขึ้นด้วย

 

          9. ไม่ใช้เกียร์ต่ำขณะลงเขา/ทางลาดชัน

          สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์เกียร์อัตโนมัติอาจไม่ต้องกังวลมากนัก แต่ถ้าใครที่ยังใช้รถเกียร์ธรรมดาอยู่และต้องลงเขาหรือทางลาดชันบ่อย ๆ หากใช้เบรกในการรักษาความเร็วเป็นหลักเพียงอย่างเดียวย่อมทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นเกิดความร้อนสูงและเสียรูปได้ ทั้งนี้ผู้ขับขี่ควรเลือกใช้เกียร์ต่ำให้เหมาะสมเพื่อรักษาความเร็วรถ และใช้เบรกเมื่อจำเป็นต้องเบรกจะดีกว่า


พฤติกรรมการขับขี่ที่อาจทำร้ายรถให้พัง


          10. ละเลยสัญญาณเตือน และอาการต่าง ๆ ของรถ

          เมื่อเริ่มเกิดมีอาการบางอย่างขึ้นกับรถของคุณ เช่น สั่นผิดปกติ มีเสียงแปลก ๆ เครื่องยนต์จุดระเบิดไม่สมบูรณ์เป็นบางครั้ง หรืออาการอื่นที่แปลกไปจากเดิม นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนให้รีบนำรถไปตรวจสอบโดยเร็วที่สุด อย่าปล่อยไว้จนเนิ่นนานซึ่งอาจทำให้ปัญหาเล็ก ๆ ลุกลามใหญ่โตหรือต้องจอดเสียข้างทางกินข้าวลิงให้เสียทั้งเงิน เวลาและเป็นอันตรายอีกด้วย

 

          ถ้าไม่อยากให้รถคันโปรดของคุณกลับบ้านเก่าเร็วกว่ากำหนดควร "เลิก" พฤติกรรมเหล่านี้จะดีกว่า นอกจากนี้คู่มือประจำรถนั้นสำคัญมากควรสละเวลาศึกษาทำความเข้าใจอย่างละเอียด และทำตามคำแนะนำเพราะรถแต่ละคันอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ได้นานที่สุดครับ

X

ห้องโดยสารสกปรก ส่งผลร้ายมากกว่าที่คุณคิด

ห้องโดยสารรถยนต์เมื่อผ่านการใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ย่อมต้องมีสิ่งสกปรกเกิดขึ้น ทั้งบริเวณเบาะนั่ง คอนโซล แพงประตู ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และเป็นหน้าที่โดยปกติเช่นกันที่เจ้าของรถจะต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ


          แต่ถึงกระนั้นผู้ที่ใช้รถทุกวันจะให้มานั่งเช็ดถูทำความสะอาดอยู่บ่อย ๆ ก็คงไม่มีเวลา (บางท่านนาน ๆ กว่าจะล้างรถสักที) หรือแม้แต่พฤติกรรมของคนที่ไม่ใส่ใจรักษาความสะอาดปล่อยให้ฝุ่นจับหนาหรือมีกลิ่นอับ ท่านเหล่านั้น จะทราบหรือไม่ว่า...สิ่งสกปรกที่สัมผัสหรือที่เห็นอยู่รอบตัวในห้องโดยสารสามารถส่งผลเสียต่อสุภาพของผู้โดยสารมากกว่าที่คิด


          สิ่งสกปรกที่จะอยู่ในห้องโดยสารหลัก ๆ แล้วก็คือ "ฝุ่น" เกิดขึ้นได้ง่ายจากการเล็ดลอดมาทางระบบปรับอากาศ หรือแค่เพียงเปิดประตู หน้าต่าง ด้วยขนาดที่เล็กมาก ๆ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ฝุ่นจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในห้องโดยสาร และเจ้าฝุ่นที่ว่านี้ ไม่ได้มาแค่เพียงหนึ่งเดียว ยังพาเพื่อนตัวน้อย ๆ ติดสอยห้อยตามมาด้วย ท่านทั้งหลายพอจะเดาออกมั้ยครับว่าฝุ่นมากับใคร? ถ้ายังคิดไม่ออก บอกให้เลยก็ได้ว่า มากับ "ไรฝุ่น" ไงครับ...!!!


 

ตัวไรฝุ่น


          "ไรฝุ่น" มันคืออะไร? ใช่แล้ว มันคือสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ดูจากชื่อแล้วไม่น่าจะมีพิษสงอะไร แต่ที่ไหนได้ สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ มันคือของแสลงที่สุด ไรฝุ่นเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เป็นสัตว์จำพวกแมลงแต่มีลักษณะคล้ายกับแมงมุมเห็บ หมัด มีขา 8 ขา ขนาดของไรฝุ่นจะวัดได้ 1 ส่วน 100 ของความยาวที่เป็นนิ้ว ซึ่งเทียบแล้วคือเล็กกว่าหัวปากกาลูกลื่นที่จุดลงบนกระดาษเสียอีก อาหารของไรฝุ่น คือ เซลล์ผิวหนังของคนและสัตว์เลี้ยงที่หลุดลอกออกมา


          ผิวหนังของคนนั้นโดยทั่วไปจะหลุดลอกวันละประมาณ 1.5 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่มากพอที่จะเลี้ยงตัวไรฝุ่นให้เจริญเติบได้เป็นอย่างดี นอกจากอาหารที่ได้จากคน ไรฝุ่นยังอาศัยพวกใยผ้าและขนสัตว์กินเป็นอาหารได้ด้วย ไรฝุ่นมีตา หายใจทางผิวหนัง ไรฝุ่นชอบอยู่ในที่อุ่น ขึ้น และเต็มไปด้วยฝุ่นละออง เช่น หมอนที่นอน พรม และเฟอร์นิเจอร์ผ้า เป็นสถานที่เหมาะที่สุดสำหรับครอบครัวไรฝุ่น


          ภายในห้องโดยสาร วัสดุที่ทำจากผ้าไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งกำมะหยี่ ผ้าบุแผงประตู เพดานห้องโดยสาร ฯลฯ จุดด่าง ๆ เหล่านี้ หากเราปล่อยให้มีสิ่งสกปรกสะสมมาก ๆ เช่น เส้นผม ขนสัตว์ เศษใบไม้ รถของเราก็จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อให้กับ "โรคภูมิแพ้" ไปโดยปริยาย


          โดยปกติแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์มีหน้าที่ที่จะจดจำสิ่งแปลกปลอมที่จะทำร้ายร่างกายของเรา เช่นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ฯลฯ โดยการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นต่อสู้กับเชื้อโรค สำหรับโรคภูมิแพ้นั้น เป็นภาวะที่ภูมิของร่างกายมีปฏิกิริยากับโปรตีนหรือสารก่อภูมิแพ้ Allergen จากสิ่งแวดล้อม


          ซึ่งปกติจะไม่มีอันตรายสำหรับผู้ที่ไม่แพ้ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นโรคที่เกิดจาก "ปฏิกิริยาภูมิไวเกินต่อสารก่อภูมิแพ้" ปฏิกิริยานี้เริ่มเมื่อเราได้รับสารก่อภูมิแพ้ก็จะเกิดการสร้างภูมิที่เรียกว่า IgE Antibody ตัว Antibody นี้จะกระตุ้น Mast Cell ให้มีการหลั่งสาร Histamin ขึ้นที่เนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น ผิวหนัง ปอด จมูก ลำไส้ ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะ เช่น ลมพิษที่ผิวหนัง คัดจมูกแน่นหน้าอกเนื่องจากหอบหืดบางรายอาจจะรุนแรงถึงกับเสียชีวิตได้ ซึ่งสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นตัวแสบอันดับต้น ๆ มีที่มาจาก "ไรฝุ่น" นั่นเอง


          สำหรับคำถามที่ว่า "ไรฝุ่นทำให้เกิดภูมิแพ้ได้อย่างไร ?" คำตอบคือ คนที่แพ้ไรฝุ่น หมายถึงคนที่มีปฏิกิริยาต่อโปรตีนในตัวและในมูลของไรฝุ่นที่ตายแล้ว โปรตีนดังกล่าวจะมีผลเสียต่อทางเดินหายใจทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบ และโรคหอบหืด อีกทั้งยังทำให้คนที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคผิวหนังอักเสบมีอาการของโรคมากขึ้น


          ซึ่งตัวไรฝุ่นที่ตายแล้วจะมีโปรตีนจำนวนมาก เมื่อเราสูดลมหายใจ หรือผิวหนังของเราสัมผัสกับตัวไรฝุ่นที่ตาย ร่างกายองเราก็จะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมา ภูมิต้านทานนี้จะปล่อยสารเคมี ซึ่งทำให้เกิดการบวมและการระคายเคืองของทางเดินหายใจตอนต้น นั่นก็คืออาการของโรคทางเดินหายใจอักเสบ และโรคหอบหืด ที่สำคัญคือ โรคภูมิแพ้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อีกด้วย


          วิธีที่จะป้องกันไรฝุ่นได้ในระดับหนึ่ง นอกเหนือจากการทำความสะอาดผิวสัมผัสต่าง ๆ ในห้องโดยสารแล้ว ยังต้องทำความสะอาดดูแลรักษาระบบปรับอากาศในรถยนต์ด้วย โดยเฉพาะตู้แอร์ ที่ใครหลายคนบอกว่า "มันคือแหล่งซ่องสุมเชื้อโรค" ไรฝุ่น เชื้อรา แบคทีเรีย ยุ่บยั่บไปหมด


          บริการคาร์แคร์ต่าง ๆ หรือร้านแอร์จึงต้องมีบริการล้างตู้แอร์และฆ่าเชื้อโรคเหล่นี้ ปีละ 1 ครั้งก็ยังดี เพราะฝุ่นจากภายนอกจะเข้ามาในระบบปรับอากาศทุกครั้งที่เปิดแอร์ เมื่อฝุ่นละอองมาเกาะอยู่ตามแผงคอยล์เย็นในตู้แอร์ ทุกครั้งที่เปิดแอร์ ลมก็จะพัดเอาฝุ่นเล็ก ๆ เข้ามาในตัวรถ ยิ่งนั่งอยู่ในรถนาน ๆ ก็ยิ่งสุดฝุ่นสะสมเข้าไปในร่างกายมากขึ้น รวมทั้งสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดกลิ่นอับ โรคภูมิแพ้หวัดเรื้อรัง


          เชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบความชื้นเป็นพิเศษ วันไหนรถเจอน้ำเจอฝน ลืมปิดกระจก รถมีรอยรั่วซึมจนน้ำเล็ดลอดเข้ามาสร้างความชื้นสะสมได้ หรือการขับรถลุยน้ำ ก็จะต้องโดนความชื้น และตามมาด้วยเชื้อราถ้าไม่รับทำความสะอาด


          การกำจัดเชื้อราสำหรับพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวกไม่ยากอะไร ไล่ความชื้นตากแดดปล่อยให้ลมโกรกหลังทำความสะอาด เท่านี้ก็ไล่เจ้าตัวร้ายไปได้ แต่ถ้าเป็นในห้องโดยสารรถยนต์ที่มีซอกมุม ต้องถอดรื้อออกมาทำความสะอาดกันยกใหญ่


          ยิ่งในกรณีของรถที่ได้รับความชื้นนาน ๆ อาจมีเชื้อราขึ้นตามเบาะ เพดานหลังคา พรมปูพื้น ช่องเก็บของท้ายรถ วัสดุหุ้มพวงมาลัย คอนโซล และที่มองไม่เห็นคือในระบบปรับอากาศ วิธีกำจัดเชื้อราในรถยนต์ที่จะนำมาบอกกล่าวกินในวันนี้ คือ การใช้น้ำส้มสายชูกลั่นชนิดใสไม่มีสี (อย่าใช้น้ำส้มสายชูกลั่นชนิดใสไม่มีสี (อย่าใช้น้ำส้มสายชูปลอม) ซึ่งมีกรดอะซิดิกหรือกรดน้ำส้มประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ นำมาใส่ในกระบอกฉีดพ่นละอองน้ำที่สะอาดจอดรถในที่โล่งห่างไกลคน และมีการระบายอากาศที่ดีเปิดประตูออกทั้งหมด


          ขณะทำความสะอาดให้สวมหน้ากากกันฝุ่นชนิดที่กรองสปอร์ของเชื้อรา ฉีดพ่นสเปรย์น้ำส้มสายชูไปตามบริเวณที่มีราขึ้นภายในรถ ฉีดให้ทั่วแล้วทิ้งไว้ ต้องระวังอย่าสูดดม หรือให้ปลิวเข้าตา ความเป็นกรดของน้ำส้มสายชูจะฆ่าเชื้อรา และจะระเหยหมดไปเองโดยไม่มีสารตกค้าง เมื่อระเหยหมดแล้วอาจฉีดสเปรย์ซ้ำอีกรอบเพื่อให้มั่นใจว่าฆ่าเชื้อราได้อย่างสิ้นซาก!!! ถ้าเห็นว่ามีคราบเชื้อราที่ตายแล้วติดอยู่ตามพื้นผิวก็ใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดเช็ดออกและทิ้งผ้านั้นไป ถ้าเป็นเผ้ากำมะหยี่อาจต้องใช้แปรงพลาสติคขัดและใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก ควรสวมหน้ากากกันฝุ่นตลอดเวลา เพราะเศษซากของเชื้อราที่ตายแล้วถ้าหายใจเข้าไปก็อาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้


          หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้ว ช่วงแรกนี้ให้หมั่นตรวจสอบว่ามีความชื้น หรือเชื้อราเกิดขึ้นที่อื่นที่มองไม่เห็นหรือไม่ เพราะความชื้นจะค่อย ๆ ออกมา เชื้อราจะใช้เวลา 24-50 ชั่วโมงในการเจริญเติบโต ถ้าขึ้นอีกให้ทำซ้ำในวิธีการเดิม ในช่วงนี้อาจจะต้องนำรถไปจอดตากแดดเพื่อไล่ความชื้นอาจใช้ไดร์เป่าผมช่วยเป่าอีกแรง สำหรับการทำความสะอาดวัสดุที่ผิวแข็ง


          สุดท้ายสิ่งสกปรกในรถยนต์ ใช้ว่าจะมีเพียงแต่ตาเห็น! หรือมองไม่เห็นใช่จะหมายความว่าไม่มี ทางที่ดีป้องกันไว้ หมั่นทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร อย่าให้ความสำคัญกับความสวยงามภายนอกเพียงอย่างเดียวเพราะมันอาจหมายความถึงโรคหรืออาการทรมานไม่มีที่สิ้นสุด


          ทั้งหมดที่ว่ามาหากขี้เกียจ ไม่มีอารมณ์ หรือไม่มีเวลา คงต้องพึ่งศูนย์บริการด้านคาร์แคร์แล้วล่ะครับ

X

หากคุณจอดรถในที่เปลี่ยวและอันตราย ”เรามีคำแนะนำดีดี”

เรื่องของการไปในสถานที่เปลี่ยวนั้นอาจเป็นสถานที่ ที่หลายท่านนั้นไม่อยากไปสักเท่าไรแต่ในบ้างครั้งก็ต้องมีเหตุจำเป็นที่เราจะต้องจอดรถในสถานที่เปลี่ยวเพื่อที่จะลงไปทำธุระต่างๆ แต่บางท่านก็ลืมในเรื่องของการระวังตัวจากโจรในสถานที่เปลี่ยว ซึ่งถ้าหากเกิดเหตุขึ้นมาก็อาจจะทำให้สุญเสียทรัพย์สิน จนบางครั้งอาจจะทำให้สูญเสียชีวิตก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปดูว่าการระวังตัวในสถานที่เปลี่ยว ว่าควรต้องทำอย่างไรกันบ้าง

1.การเลือกที่จอด   

          การเลือกที่จอด ควรจะเลือกที่จอดรถให้ใกล้กับทางเข้า หรือ ใกล้ รปภ ให้มากที่สุดแต่ถ้าไม่สามารถหาที่จอดรถใกล้ทางเข้าได้ ก็ควรหน้าที่จอดรถโล่งๆเพื่อที่จะให้ผู้คนสามารถเห็นเหตุการณ์ต่างๆได้ชัดๆ และก่อนที่จะลงจากรถนั้นควรสังเกตุสิ่งรอบตัว ว่ามีอะไรน่าสงสัยหรือไม่ อย่างเช่นรถที่จอดอยู่ในลานว่า มีรถคันไหนจอดน่าสังสัย หรือรถใกล้ๆเรานั้นมีบุคคลที่ที่ลักษณะน่าสงสัยจองมองเราอยุ่หรือไม่

2.เตรียมของให้พร้อมก่อนลงจากรถ

          หลายๆท่านนั้นอาจจะไม่ค่อยเตรียมของที่จะเอาลงจากรถก่อนสักเท่าไรก่อนที่จะลงจากรถ บางครั้งลงรถมาแล้วเปิดประตูหยิบของ ตรงจุดนี้แหละเป็นจุดที่เรามักจะไม่ระวังตัวทำให้โจรเข้าถึงตัวเราได้ง่าย หรือถ้ามีความจำเป็นต้องหยิบของหลังรถ ก็ควรมองสำรวจรอบๆก่อนที่จะลงจากรถว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่

3.ลงรถแล้วรีปเข้าสถานที่อย่างรวดเร็ว

          เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมก่อนลงจากรถ ก็ควรสำรวจรอบๆอีกทีนึงเพื่อความแน่ใจ เมื่อมั่นใจแล้วลงรถ ล็อครถอย่างรวดเร็ว แต่อย่าลืมเช็คด้วยว่ารถล็อคดีแล้วหรือไม่ หลังจากนั้นควรรีปเดินเข้าไปในสถานที่ ที่เราจะเข้าไปทำธุระโดยเร็ว ซึ่งตอนเดินควรสั่งเกตุด้วยว่ามีใครเดินตามหรือไม่ ส่วนเรื่องของการล็อครถนั้นต้องให้แน่ใจเสมอว่าล็อคดีแล้วเพราะในสมัยนี้โจรมีวิธีการขโมยที่ทันสมัยขึ้น จึงเป็นอีกจุดที่ควรเช็คให้มั่นใจทุกครั้ง

4.ดูให้ดีว่ามีใครสะกดลอยหรือไม่

          ตรงจุดนี้ถือว่าเป็นอีกจุดนึงที่ควรทำทุกครั้งว่ามีใครผิดสั่งเกตุกำลังตามเรา ตั้งแต่ลงรถ หรือก่อนที่จะขึ้นรถเพราะในบางครั้งโจรที่ทำการลงมือนั้นไม่ได้ทำแค่คนเดียว อาจจะมีการส่งพักพวกคอยติดตามเราหรือคอยดูต้นทางห้พักพวกก็เป็นได้

5.ดูรอบๆก่อนขึ้นรถ

          เมื่อทำธุระเสร็จแล้วก่อนที่จะเดินออกไปในสถานที่เปลี่ยวควรสังเกตุให้ดีว่ามีสิ่งผิดปกติอะไรหรือไม่  ก่อนที่จะเดินออกไปที่ลานจอด ซึ่งช่วงขณะที่เดินออกไปลานจอดรถนั้นไม่ควรใช้โทรศัพย์ด้วย ควรที่จะมองไปรอบตัวเสมอ จุดสังเกตุนั้นก็จะเป็นตามเสาหรือจุดมุมอับต่างๆควรสังเกตุให้ดี

6.ขึ้นรถแล้วต้องรีปล็อค

           ตรงจุดนี้เป็นจุดที่หลายๆท่านนั้นลืมกันเป็นประจำ เมื่อเราเดินทาถึงรถอย่างปลอดภัยแล้วก็ควรที่จะรีปขึ้นรถโดยทันที ไม่ควรยื่นเล่นโทรศัพย์ เพราะโจรจะอาศัยจังหวะในช่วงที่เรากำลังจะทำการขึ้นรถลงมือ ซึ่งเป็นจังหวะที่เรามักจะลืมระวังตัว

7.เตรียมของก่อนที่จะขึ้นรถ

           ในบางครั้งที่เราจะต้องขนของกลับเป็นจำนวนเยอะ ก็ควรที่จะมีการเตรียมของก่อนที่จะขึ้นรถให้ทำการหยิบง่าย และควรนำของใส่รถให้เร็วที่สุด ช่วงที่เก็บของนั้นก็ควรที่จะสังเกตุรอบๆโดยเช่นกัน จำง่ายๆว่ายิ่งทำได้รวดเร็วเท่าไรยิ่งดี

8.กุญแจต้องเตรียมให้พร้อม

           หลายๆท่านอาจจะเกิดความเคยชินโดยที่เดินจนถึงตัวรถแล้วไม่ได้เตรียมกุญแจรถ บางทันได้นำกุญแจใส่ไว้ในกระเป๋าทำให้ ต้องเสียเวลาหาตรงจุดนี้เป็นจุดที่เปิดโอกาศให้โจรเข้าถึงตัวเราได้ง่าย ควรที่จะเตียมกุญแจรถให้พร้อมก่อนที่จะเดินไปที่รถ เพื่อที่จะได้ลดระยะเวลาทำให้เราสามารถขึ้นรถได้เร็วขึ้น

9.สังเกตุให้รอบคอบก่อนออกรถ

           ข้อนี้ควรที่จะทำเป็นประจำก่อนที่จะออกรถ เพราะในบ้างครั้งคนร้ายนั้นอาจจะเอาสิ่งของมาฝูกติดหรือหรือเอาอะไรมาขวางเพื่อสร้างสถานการณ์ เพื่อทำให้เรานั้นต้องรถจากรถ และอาศัยจังหวะที่เราลงจากรถมาเพื่อเอาสิ่งของต่างๆออก จึงเป็นอีกช่วงที่จะเข้าถึงตัวเราได้ง่าย ในขณะที่เราไม่ได้ระวังตัว

10.ดูว่ามีใครขับตามมาหรือไม่

           เมื่อเราขับรถออกมาจากจุดที่เราจอดรถแล้วก็ควรที่จะสังเกตุนิดนึงว่า มีใครขับรถตามเรามาหรือไม่เพราะ โจรอาจจะ ปล่อยลมยางหรือทำให้ยางรถรั่ว เพื่อที่จะทำให้ยางรถแบนในขณะที่ขับออกจากสถานที่สักพัก และทำทีเข้ามาช่วยเหลือแล้วอาศัยจังหวะที่เราตายใจทำการปล้นเราก็เป็นได้

X

" การขับถอยหลัง กับเทคนิคง่ายๆ ที่มือใหม่หัดขับควรรู้ "

 เกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้ทางทีมงานจะพาเพื่อนๆไปพบกับ เรื่องของการขับรถถอยหลังมีเทคนิคอย่างไร ซึ่งการขับรถถอยหลังถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าปวดหัวเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่หัดขับรถใหม่ๆ บางครั้งอาจจะไม่ชินจนทำให้เกิดอุบัติเหตุก็มี เดี๋ยวเราไปชมกันเลยครับกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้


ท่านั่งในขณะที่ขับถอยหลังถือว่ามีผลเป็นอย่างมากเลยทีเดียว


           เรื่องของการขับรถถอยหลังนั้นจริงแล้วถือว่าเป็นการขับที่ค่อนข้างมีปัญหาเป็นอย่างมากเลยทีเดียวโดยเฉพาะนักขับมือใหม่ ซึ่งในวันนี้เราจะพาไปพบกับเทคนิคการขับรถถอยหลังที่ นักขับรถมือใหม่ควรทราบ และสามารถนำไปทำตามได้ง่ายๆเลยทีเดียว โดยมีเทคนิคการขับดังนี้

 

ขับช้าๆ


          การขับรถถอยหลังควรที่จะขับด้วยความเร็วต่ำ เพราะจะทำให้สามารถควบคุมพวงมาลัยรถได้ดีกว่าการขับด้วยความเร็วสูง


เคลื่อนที่เล็กน้อยตอนหมุนพวงมาลัย


           ในขณะที่เราทำการหักเลี้ยวพวงมาลัย ในขณะขับรถถอยหลังควรที่จะมีการเคลื่อนที่ขอรถเล็กน้อยเพราะจะทำให้ลดการเสียดสีของหน้ายางกับถนนลดลง


อยากให้ท้ายรถหันไปทางไหนก็หักเลี้ยวไปทางนั้น


            ตามหลักของการขับรถถอยหลัง ถ้าเราต้องการให้ท้ายรถหันไปทางไหนก็ให้ทำการหักพวงมาลัยไปทางด้านนั้น ยกตัวอย่างเช่น ต้องการจะให้ท้ายรถหันไปทางด้านซ้าย ก็ให้ทำการหักพวงมาลัยไปทางด้านซ้าย


ถอยหลังในจังหวะคับขัน


            หากมีความจำเป็นที่จะต้องถอยหลัง ในช่วงที่มีการจราจรหนาแน่น ให้ทำการเปิดสัญญาณไฟ แล้วดูด้วยว่ารถที่ผ่านไปมาพ้นระยะวงเลี้ยวเราหรือไม่ทั้ง ด้านหน้า-ด้านหลัง ซ้าย-ขวา


ดูระยะห่างด้านหลังให้ดี


           การถอยหลังเข้าซองที่มีด้านหลังเป็นกำแพง แล้วกลัวว่ารถจะชนกับกำแพงทางด้านหลัง ให้ใช้วิธีการแตะเบรคช่วยในจังหวะที่กำลังถอยแล้วดูรัศมีของไฟ จะสามารถช่วยได้เช่นกันหากรัสมีของไฟเล็กลงแสดงว่าใก้กับกำแพงแต่ถ้ารัสศมีไฟยังใหญ่อยู่แสดงว่าสามารถถอยได้อีก


ดูรถคันด้านข้างก็ได้


            วิธีการดูแบบนี้ก็เป็นอีกวิธีที่สามารถดูได้เช่นกัน  เมื่อเราทำการถอยหลังนั้นให้ทำการสังเกตประตูของรถคันที่จอดคันข้างๆ ซึ่งตอนถอยจอดพยามให้ประตูรถเราเท่ากับคันด้านข้างเป็นอันใช้ได้


ในขณะที่ขับรถถอยหลังหากใช้ความเร็วที่พอเหมาะก็จะทำให้บังคบรถง่ายขึ้น


           เป็นอย่างไรกันบ้างครับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้ที่ทางทีมงานได้นำมาให้เพื่อนๆได้ชมกัน เกี่ยวกับเทคนิคการขับรถถอยหลัง ซึ่งเทคนิคพวกนี้เพื่อนๆที่พึ่งหัดขับรถใหม่หรือใครที่ไม่ถนัดกับการขับรถถอยหลัง สามารถนำไปใช้กันได้เลยครับ ในครั้งหน้าเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์จะเป็นเรื่องไหนเพื่อนๆสามารถติดตามกันได้ที่  กันได้เลยครับ

X

รู้มั้ย! เคลือบแก้วตัวรถนั้นดีอย่างไร เคลือบแล้ว ดีไหม? ทำไมถึงควรทำ

เคลือบแก้ว (Glass Coating) เรามาทำความรู้จักกับคำนี้กันก่อนครับ โดยเฉพาะคนที่ออกรถมาใหม่ แน่นอนคุณจะต้องศึกษา และค้นหาข้อมูลการ เคลือบแก้ว มาว่าคุณจะนำรถไปเคลือบมันดีไหม? ส่วนรถใครที่มีอายุการใช้งานแล้วอยากจะเคลือบแก้วบ้าง จะทำได้ไหม?


น้ำยา เคลือบแก้ว (Glass Coating) จะมีระดับความหนาของชั้นเคลือบที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ระดับ 1-9 H ส่วนมากการเคลือบแก้วก็พัฒนามาจากสาร Silica ครับ ระยะเวลาความคงทนก็ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นเคลือบแก้ว และก็สูตรน้ำยาของแต่ละยี่ห้อนั้นและครับ อีกอย่างก็คือราคาก็จะแตกต่างกันไปแต่ละระดับของความหนานะครับ บางครั้งร้านที่คุณไปใช้บริการเครมว่าของเขาหนาถึงระดับ 9H เวลาเคลือบเสร็จคุณก็ให้ร้านใช้เครื่องมือวัดความหนาของชั้นผิวสีรถให้ดูทั้งก่อนทำและหลังทำได้เลยครับ


มาดูประโยชน์ และข้อดีของการ เคลือบแก้ว กันบ้าง


dookdik แน่นอนทำให้รถคุณเงางามอยู่ตลอดเวลา จะว่าใสเหมือนกระจกเลยก็ดูจะเวอร์ไม่ถึงขนาดนั้นครับ บางครั้งความหนาของชั้นเคลือบแก้วก็ทำให้การตกกระทบของแสงน้อยไปหรือเพี้ยนไปทำให้รถดูไม่ค่อยเงาเหมือนตอนที่ลงเคลือบใหม่ๆ


dookdik ปกป้องสีรถคุณจากแสงแดดได้ดี เพราะชั้นของการเคลือบหนาขนาดนั้นครับ แดดย่อมเลียผิวสีของรถคุณไม่ถึงอยู่แล้ว รถคุณก็จะยืดระยะเวลาของการเสื่อมสภาพของสีรถไปอีก สีก็จะไม่ค่อยหมองเร็วนั้นแหละครับ


dookdik เช็ดฝุ่น เช็ดคราบสกปรก คราบไคลน้ำ ออกง่าย ถ้าเคลือบแก้วแล้วคราบต่างๆพวกนี้จะไม่เข้าไปฝังแน่นในชั้นของแล็คเกอร์รถ ทำให้หลุดออกง่ายเวลาทำความสะอาด แต่ไม่ใช่เห็นว่ารถตัวเองเคลือบแก้วมาแล้วปล่อยไว้ก่อนแล้วค่อยล้างทำความสะอาด ไม่ใช่นะครับ คราบสามารถฝังเข้าไปได้เหมือนกัน แต่มันใช้เวลาและยากหน่อยเท่านั้นเอง เพราะน้ำยาเคลือบแก้วไม่ได้แข็งเหมือนแก้วเหมือนกระจกนะครับ เขาพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นของน้ำยาเคลือบด้วย ไม่อย่างนั้นเคลือบไปบนรถก็แตกครับ


dookdik ป้องกันการเกิดรอยขนแมว รอยขีดข่วน ได้มากกว่าปกติ บางคนเข้าใจผิดว่าไปเคลือบมาแล้ว รถต้องไม่เป็นรอยเวลาโดนเฉี่ยว โดนสะเก็ดหิน หรือกิ่งไม้เกี่ยว มีโอกาสเป็นรอยได้ครับ แต่ยากกว่าปกติมากหน่อยเท่านั้นเองครับ ทางผู้ให้บริการถึงต้องมีเซอร์วิส 2 เดือน 6 เดือน แล้วแต่ให้เข้าไปเช็คสภาพทีนึงไงครับ


ทีนี้มาดูคำถามยอดฮิตเลยสำหรับการเคลือบแก้วบ้าง


คำถาม:: เคลือบแก้ว ราคาแพงไหม?

คำตอบ:: แพงกว่าเคลือบปกติครับ ราคาก็ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นเคลือบด้วย


คำถาม:: เคลือบแก้ว อยู่ได้นานไหม?

คำตอบ:: ความนานขึ้นอยู่กับการพัฒนาของน้ำยาเคลือบแก้วยี่ห้อนั้นๆครับ ลองศึกษาดูครับศูนย์บริการในบ้านเราเยอะ ถูกใจร้านไหนลองเข้าไปถามข้อมูลของตัวน้ำยาเคลือบแก้วเลยครับ


คำถาม:: เคลือบแก้ว มาแล้วต้องใช้น้ำเปล่าล้างอย่างเดียวหรอ?

คำตอบ:: ถ้าร้านไหนเคลือบแก้วให้คุณ แล้วบอกให้คุณใช้น้ำเปล่าล้างอย่างเดียวก็อย่าเคลือบเลยครับลำบากเกิน เสียเงินแล้วต้องดูแลง่ายๆครับ ถ้าเกิดคราบฝังแน่นหน่อยโดยที่น้ำเปล่าเอาไม่ออกคุณจะทำยังไงละครับ ก็ต้องเสียเวลาไปให้ร้านนั้นๆเอาออกหรอครับ สามารถใช้แชมพูล้างรถล้างได้ครับ ถ้าไม่มั้นใจก็ใช้ยี่ห้อดีๆพวกนี้จะไม่กัดสีรถครับ


คำถาม:: เคลือบแก้ว มาแล้วสามารถลงแว็กซ์เคลือบสีรถอีกได้ไหม?

คำตอบ:: ได้ครับ แต่ต้องดูว่าแว็กซ์เคลือบสีรถนั้นต้องไม่มีผงขัดนะครับ ไม่อย่างนั้นที่เคลือบแก้วมาหลุดออกแน่นอนครับ ถ้าไม่แน่ใจก็ไม่ต้องลงแว็กซ์เคลือบสีรถครับ ให้รอระยะเวลาเซอร์วิสจากทางร้านเอา


คำถาม:: จะดูยังไงว่าร้านที่บริการ เคลือบแก้ว นั้นดีจริง?

คำตอบ:: เข้าไปคุยขอรายละเอียดกับร้านที่คุณสนใจเลยครับ คุยขั้นตอนก่อนการเคลือบแก้ว ว่าทางร้านมีขั้นตอนการเตรียมผิวรถยังไงบ้าง อันนี้สำคัญนะครับ ถ้าเตรียมผิวไม่ดี สถานที่ไม่พร้อม อย่าไปเสี่ยงเคลือบครับ ไม่ดีกับรถคุณแน่นอน



คำถาม:: เคลือบแก้ว กับ แว็กซ์เคลือบสีรถ เคลือบอะไรดีกว่ากัน?

คำตอบ:: ใครมีกำลังทรัพย์หน่อยเคลือบไว้ไม่เสียหายแต่ก็ให้เลือกเคลือบแก้วเกรดดีๆหนาๆหน่อยครับ จะได้ดูแลรักษาง่าย และจะได้คงทน ส่วนใครที่ชอบดูแลรักษารถเป็นประจำ เช็ดนู้น ขัดนี่ ชอบน้ำยาเคลือบสีรถ ตัวนั้น ตัวนี้ แน่นอนถ้าหมั่นดูแล ที่สำคัญเลือกน้ำยาเคลือบสีรถที่มีคุณภาพ เน้นที่มีคุณภาพนะครับ รถคุณจะเงาเหมือนเคลือบแก้ว หรืออาจจะเงากว่าแน่นอน หรือใครจะทำทั้งสองอย่างคู่กันไปก็ไม่ว่ากันนะครับ


คำถาม:: รถเก่าทำ เคลือบแก้ว ได้ไหม?

คำตอบ:: ทำได้ครับ ทางร้านที่ให้บริการเคลือบแก้วพวกนี้จะมีวิธีปรับสภาพผิวสีรถของคุณก่อน รวมถึงรอยขีดข่วน รอยขนแมวก็จะขัดออกก่อนครับ ส่วนรอยไหนที่ลึกเกินก็ต้องทำใจครับ


เป็นยังไงกันบ้างครับอ่านกันมายาวเลย กับบทความเกี่ยวกับ เคลือบแก้วตัวรถนั้นดีอย่างไร เคลือบแล้ว ดีไหม? ทำไมถึงควรทำ บทสรุปก็คือแล้วแต่ความชอบ แล้วแต่กำลังทรัพย์ และความขยันในการดูแลรักษารถครับ จะเคลือบอะไรก็ดีหมด ดีกว่าไม่ได้เคลือบป้องกันไว้เลยครับ หาข้อสรุปให้ตัวเองและศึกษาข้อมูลดีๆก็คงเจอคำตอบให้ตัวคุณเองแล้วว่าจะเคลือบสีรถแบบไหน บางทีคุณอาจจะรู้อยู่แล้วก็เป็นได้ครับ

X

การเคลือบแก้ว ราคา..ดีกว่าการเคลือบแว็กซ์อย่างไร?

 ไม่สามารถเปรียบเทียบการเคลือบแว็กซ์กับการเคลือบแก้ว ราคาได้เลย นั่นเป็นเพราะว่าผลลัพธ์และประสิทธิภาพจากการเคลือบทั้งสองชนิดนั้นให้ผลแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อเปรียบเทียบกันในเรื่องของราคาแล้วอาจพบว่าการเคลือบแว็กซ์ราคาถูกกว่า ซึ่งการเคลือบแว็กซ์นั้นจัดว่าเป็นการเคลือบชั้นผิวรถในระยะเวลาช่วงสั้นๆอย่างผิวเผิน ทำให้ไม่สามารถปกป้องรถของคุณจากรอยต่างๆ ได้จริง ซึ่งต่างจากการเคลือบแก้วที่ให้ผลคุ้มค่าในระยะยาวในการปกป้องและรักษาสีผิวของรถคุณในยาวนานขึ้นกว่าเดิม โดยการเคลือบแก้วนั้นมีระยะการใช้งานที่ยาวนาน 5-10 ปี ซึ่งคุณสมบัตินั้นจะแตกต่างกันไปตามแต่แบรนด์ของน้ำยาเคลือบแก้วแต่ยี่ห้อ โดยการเคลือบทั้งสองประเภทนั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันดังนี้


การเคลือบแก้ว

การเคลือบแก้ว (Glass Coating) ปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในท้องตลาด ในช่วงเวลานี้ เนื่องด้วยคุณสมบัติของส่วนประกอบหลักที่นำมาเป็นสารเคลือบแก้วนั้น คือ ซิลิกา (Silica) ซึ่งมีคุณสมบัติในด้านให้ความเงางามและความแข็ง ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดถึงคุณประโยชน์ทั้งทางด้านความเงางามของตัวรถ และการปกป้องไปพร้อมกัน การเคลือบแก้วจึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ครอบคลุมในหลายๆ ด้าน ทั้งสามารถลดปัญหาคราบเปื้อนต่างๆ คราบยางมะตอย คราบหยดน้ำ มูลนก ลดการเกิดรอยขนแมว รวมถึงฝุ่นต่างๆที่เกาะตัวรถและทำลายผิวรถ ช่วยปกป้องผิวรถจากรังสี UV ทำให้สีผิวรถไม่ซีดจาง โดยรถที่ผ่านการเคลือบแก้วนั้นสามารถทนความร้อนได้สูงกว่าการเคลือบประเภทอื่นทั้งหมด ทั้งยังไม่สะสมความร้อนบนผิวสีรถยนต์ การทำความสะอาดรถที่ผ่านการเคลือบแก้วนั้นก็เป็นเรื่องง่าย เพียงแค่ใช้น้ำเปล่าและใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ด เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รถสะอาดเงางามเหมือนใหม่แล้ว


การเคลือบแก้ว

การเคลือบแว็กซ์ (Wax) จัดว่าเป็นการเคลือบสีรถระยะสั้น ซึ่งปกติแล้วการขัดเคลือบสีโดยใช้แว็กซ์จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ แว็กซ์ประเภทน้ำ ซึ่งการใช้แว็กซ์ประเภทน้ำนั้น จะมีอายุการใช้งานได้นานและคนความร้อนได้มากกว่าการเคลือบด้วยแว็กซ์ประเภทครีม โดยอาจจะมีอายุการใช้งานแค่ 3-4 อาทิตย์สำหรับในประเทศไทย ซึ่งมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนมากแต่ข้อเสียของแว็กซ์ประเภทน้ำคือ จะให้ความเงางามที่น้อยกว่าแว็กซ์ประเภทครีม ซึ่งแว็กซ์ประเภทครีมจะมีประสิทธิภาพในการช่วยเพิ่มความเงางามให้สีรถยนต์เป็นหลัก แต่มีข้อเสียที่สำคัญคือทนความร้อนได้ต่ำ และมีอายุการใช้งานสั้น โดยอาจจะมีอายุการใช้งานแค่ 3-4 วันเท่านั้นเอง


ได้เห็นความแตกต่างของการเคลือบแว็กซ์ และการเคลือบแก้วไปแล้ว เชื่อว่าข้อมูลดีๆ ของเราจะช่วยทำให้คุณสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น..เพื่อเป็นการปกป้องผิวรถได้ยาวนาน

X

เคลือบแก้ว คืออะไร? เคลือบแก้ว ดีไหม?

เคลือบแก้ว ดีไหม? เคลือบแก้ว คืออะไร

น้ำยา เคลือบแก้ว (Glass Coating) จะมีระดับความหนาของชั้นเคลือบที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ระดับ 1-9 H ส่วนมากการเคลือบแก้วก็พัฒนามาจากสาร Silica ครับ ระยะเวลาความคงทนก็ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นเคลือบแก้ว และก็สูตรน้ำยาของแต่ละยี่ห้อนั้นและครับ อีกอย่างก็คือราคาก็จะแตกต่างกันไปแต่ละระดับของความหนานะครับ บางครั้งร้านที่คุณไปใช้บริการเครมว่าของเขาหนาถึงระดับ 9H เวลาเคลือบเสร็จคุณก็ให้ร้านใช้เครื่องมือวัดความหนาของชั้นผิวสีรถให้ดูทั้งก่อนทำและหลังทำได้เลยครับ


มาดูประโยชน์ และข้อดีของการ เคลือบแก้ว กันบ้าง


แน่นอนทำให้รถคุณเงางามอยู่ตลอดเวลา จะว่าใสเหมือนกระจกเลยก็ดูจะเวอร์ไม่ถึงขนาดนั้นครับ บางครั้งความหนาของชั้นเคลือบแก้วก็ทำให้การตกกระทบของแสงน้อยไปหรือเพี้ยนไปทำให้รถดูไม่ค่อยเงาเหมือนตอนที่ลงเคลือบใหม่ๆ

ปกป้องสีรถคุณจากแสงแดดได้ดี เพราะชั้นของการเคลือบหนาขนาดนั้นครับ แดดย่อมเลียผิวสีของรถคุณไม่ถึงอยู่แล้ว รถคุณก็จะยืดระยะเวลาของการเสื่อมสภาพของสีรถไปอีก สีก็จะไม่ค่อยหมองเร็วนั้นแหละครับ


เช็ดฝุ่น เช็ดคราบสกปรก คราบไคลน้ำ ออกง่าย ถ้าเคลือบแก้วแล้วคราบต่างๆพวกนี้จะไม่เข้าไปฝังแน่นในชั้นของแล็คเกอร์รถ ทำให้หลุดออกง่ายเวลาทำความสะอาด แต่ไม่ใช่เห็นว่ารถตัวเองเคลือบแก้วมาแล้วปล่อยไว้ก่อนแล้วค่อยล้างทำความสะอาด ไม่ใช่นะครับ คราบสามารถฝังเข้าไปได้เหมือนกัน แต่มันใช้เวลาและยากหน่อยเท่านั้นเอง เพราะน้ำยาเคลือบแก้วไม่ได้แข็งเหมือนแก้วเหมือนกระจกนะครับ เขาพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นของน้ำยาเคลือบด้วย ไม่อย่างนั้นเคลือบไปบนรถก็แตกครับ


ป้องกันการเกิดรอยขนแมว รอยขีดข่วน ได้มากกว่าปกติ บางคนเข้าใจผิดว่าไปเคลือบมาแล้ว รถต้องไม่เป็นรอยเวลาโดนเฉี่ยว โดนสะเก็ดหิน หรือกิ่งไม้เกี่ยว มีโอกาสเป็นรอยได้ครับ แต่ยากกว่าปกติมากหน่อยเท่านั้นเองครับ ทางผู้ให้บริการถึงต้องมีเซอร์วิส 2 เดือน  6 เดือน แล้วแต่ให้เข้าไปเช็คสภาพทีนึงไงครับ

X

เลือกสีอย่างไร ให้เหมาะกับวันเกิด

คนเกิดวันอาทิตย์
เลขทะเบียนรถต้องห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3

ไม่ควรทำการมงคล ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์

รถสีแดงหรือสีแดง เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรง

รถสีดำ เสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงิน

รถสีขาว สีครีม เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีม่วง เสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงิน

รถสีเขียว เสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่าง ๆ

รถสีบรอนซ์ สีเทา สีทอง เสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ การสนับสนุนเกื้อกูล

รถสีฟ้า สีน้ำเงิน ไม่ควรออกรถสีนี้ เพราะเป็นกาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

 

คนเกิดวันจันทร์
เลขทะเบียนรถต้องห้าม ไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5

ไม่ควรทำการมงคล ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันจันทร์

รถสีส้ม สีเหลือง เสริมดวงเรื่องการเงิน ความมั่นคง ทุนทรัพย์ ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้า

รถสีดำ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีน้ำเงิน สีทอง เสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่รักเมตตาและเอ็นดู มีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีม่วง เสริมดวงด้านความสะดวกราบรื่นทุกอย่าง

รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีฟ้า เสริมดวงให้ประสพความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีเขียว อำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคน

รถสีแดง สีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันอังคาร
เลขทะเบียนรถต้องห้าม ไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1 เพราะทะเบียนที่มีเลข จะมีเรื่องและเกิดอุบัติบ่อย ๆ ทำให้เสียเงินทองหรือทำให้เจ้าของได้รับบาดเจ็บ

ไม่ควรทำการมงคลต่าง ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอังคาร

รถสีม่วง เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีดำ เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ

รถสีบรอนซ์ สีเทา เสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ

รถสีทอง สีแสด เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีน้ำตาล เสริมดวงด้านความมั่นคงในชีวิต เช่นมั่นคงเรื่อง หลักทรัพย์ ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน

รถสีเขียว เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง

รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีขาว สีเหลือง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

 

คนเกิดวันพุธ
เลขทะเบียนรถต้องห้าม ไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4

ไม่ควรทำการมงคลต่าง ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ

รถสีชมพู เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีดำ เสริมดวงด้านความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีม่วง เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีแดง สีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีส้ม สีทอง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

 

คนเกิดวันพฤหัสบดี
เลขทะเบียนรถต้องห้าม ไม่ให้มีเลข 7

ไม่ควรทำการมงคลต่าง  ในวันเสาร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพฤหัสบดี

รถสีขาว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีแดง เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีฟ้า เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีเขียว เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีส้ม สีทอง เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

 คนเกิดวันศุกร์

เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 8 และเลข 7

ไม่ควรทำการมงคลต่าง ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันศุกร์

รถสีเขียว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีแดง สีทอง เสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีเหลือง เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีดำ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีฟ้า สีน้ำเงิน เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

 

คนเกิดวันเสาร์
เลขทะเบียนรถต้องห้าม ไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6

ไม่ควรทำการมงคลต่าง ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่าง ๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด

ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันเสาร์

รถสีแดง เสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีทอง สีเหลือง เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีดำ สีม่วงแก่ เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีเขียว สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

X

“ การรักษาสีรถให้สวย “

1. ไม่ควรจอดรถไว้ใกล้ๆ กับโรงงานอุตสาหกรรม
         หลีกเลี่ยงการจอดรถไว้ใกล้ๆ กับโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยสารเคมีบางอย่างออกมา เช่น โรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงงานผลิตสารเคมี เพราะฝุ่นละอองจากอาหารสัตว์หรือสารเคมี ที่ปลิวมาติดผิวสีของรถอาจจะเป็นกรดหรือด่างเข้มข้นสามารถกัดสีให้เป็นจุดเป็นดวงได้หรือทำให้สีอ่อนตัวลงได้


2. จอดรถในที่ร่มหรือที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก
         ควรพยายามจอดรถในที่ร่มหรือที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก พื้นไม่อับชื้น หากจำเป็นต้องจอดกลางแดดควรใช้ผ้าคลุมกันแดดไว้


3. ควรล้างฝุ่น, โคลน
         เมื่อขับรถผ่านบริเวณที่มี ฝุ่น โคลน หรือชายทะเลเป็นเวลานานๆ ควรล้างฝุ่นโคลนหรือคราบต่างๆออกให้หมดเพราะคราบเหล่านี้ สามารถดูความชื้นได้ดีจึงทำให้ฝิวสีเสื่อมคุณภาพได้ง่ายและบางครั้งสิ่งสกปรกที่เกาะติดผิวสีรถก็เป็นสารเคมีที่ทำอันตรายต่อสีรถ ด้วย


4. อย่าให้รถเกิดรอยขีดข่วนหรือหลุดร่อน
         อย่า ทำให้รถเกิดรอยขีดข่วนหรือหลุดร่อนเพราะจะทำให้ตัวรถผุและจะลามออกเป็นบริเวณกว้างทั้งนี้เพราะรอยขีดข่วนจะไม่สามารถป้องกันความชื้นระหว่างผิวสี กับผิวโลหะได้


5. ต้องรีบล้างออกคราบน้ำมันหรือสารเคมีทันที
         หากมีคราบน้ำมันหรือสาร เคมี ต่างๆ เปื้อนผิวสี ต้องรีบล้างออกทันที โดยใช้ผ้าชุบน้ำสะอาด หรือ ผสมสบู่อ่อนๆ หรือ แชมพูสำหรับล้างรถก็ได้ ห้ามใช้ทินเนอร์ น้ำมัน หรือ สารเคมีใดๆ ทำความสะอาดสีรถโดยเด็ดขาด สารเคมีที่มีโอกาสจะถูกสีรถได้ง่ายก็คือ น้ำมันเบรกซึ่งจะกัดสีในทันทีที่สัมผัสกับสีรถ การใช้จึงต้องระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และ น้ำหอมประจำรถก็มีผลต่อสีรถเช่นกัน หากหกเลอะรถควรรีบใช้ผ้านุ่มที่สะอาดเช็ดออกโดยเร็วและล้างด้วยน้ำ


6. เคลือบสีทุกๆครั้งหลังจากการล้างรถ
         สิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อ เป็นการปกป้องสีรถของคุณให้ใหม่สวยงามอยู่เสมอและปกป้องสิ่งที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รถของคุณดังที่กล่าวมาลำดับต้นๆ คือควรจะเคลือบสีทุกๆครั้งหลังจากการล้างรถ เพื่อป้องกันสิ่งต่างๆที่จะมาทำลายสีรถของคุณและประหยัดค่าใช้จ่ายในการขัดเคลือบสีซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าการ เคลือบสีครับ

X

“ลงดินน้ำมันรถ” มีประโยชน์อย่างไร

 เคลือบสีรถยนต์ ซึ่งในวันนี้เราจะพาไปพบกับเรื่องของการลงดินน้ำมัน นั้นว่ามีประโยชน์อย่างไรเราไปดูกันเลยครับกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้



ดินน้ำมันช่วยขจัดคราบสกปรกได้ดีทีเดียว

          เพื่อนๆอาจจะเคยได้ยินในเรื่องของการลงดินน้ำมันรถยนต์เพื่อนๆอาจจะเคยได้ยินกันมาไม่มากก็น้อย แต่เคยทราบหรือเปล่าว่ามีประโยชน์อย่างไรช่วยในเรื่องไหน ซึ่งเจ้าตัวดินน้ำมันนี้หรือที่เรียกกันว่า Scrub Clayจริงๆแล้วคือสิ่งที่ช่วยเราทำความสะอาดคราบสิ่งสกปรกต่างๆ ซึ่งดินน้ำมันที่เราใช้จะถูกผลิตมาเพื่อใช้ทำความสะอาดรถยนต์เท่านั้น โดยจะมีส่วนผสมมาจากวัตถุดิบจำพวก Elastic และ Resin Compound  โดยจะเป็นวัตถุดิบธรรมชาติ กับวัตถุดิบสังเคราะห์ ความแตกระหว่างดินน้ำมันที่ใช้สำหรับรถ และดินน้ำมันทั่วไปนั้นไม่แตกต่างกันมากแต่ดินน้ำมันที่ใช้สำหรับรถจะมีส่วนผสมของ Elastic เข้ามามากขึ้น เพื่อทำให้ดึงคราบสกปรกและทนทานมากขึ้น โดยดินน้ำมันจะมีการแบ่งเกรดดังนี้

Medium Grade
          เป็นดินน้ำมันที่มีคุณภาพทั่วไป ซึ่งสามารถใช้สำหรับดึงคราบสกปรกต่างๆ ได้อย่างสะอาด และยังสามารถทำความสะอาดคราบ Wax ที่เราได้ทำการลงไว้ออกได้

Fine Grade
          สำหรับดินน้ำมันประเภทนี้จะมีขั้นตอนการผลิตที่ทำให้ดินน้ำมันสามารถดึงคราบสิ่งสกปรกออกมาได้อย่างหมดจด และช่วยให้พื้นผิวหลังใช้นั้นมีความลื่นขึ้นอีกด้วย



ก่อนลงWax ควรใช้ดินน้ำมันทำความสะอาดเพื่อขจัดคราบสกปรก

          ส่วนการลงดินน้ำมันหลายท่านอาจจะสงสัยว่าลงเพื่ออะไร ช่วยในเรื่องไหนบ้าง ซึ่งประโยชน์ในการลงดินน้ำมันนั้นมีดังนี้

  • ใช้ในเรื่องของการขจัดคราบสกปรกฝั่งแน่น พวกคราบละอองสี คราบขี้นก ยางไม้ และคราบฝุ่นที่ล้างไม่ออก
  • ใว้สำหรับปรับสภาพพื้นผิว ให้สะอาดก่อนที่จะทำการลง Wax

  • หากลง ดินน้ำมันเดือนละ 1 ครั้ง จะช่วยให้ป้องกันคราบสกปรกที่จะมาทำลายชั้นแลคเกอร์

  • หลังจากลงดินน้ำมันแล้วควรที่จะทำการลง Wax ทุกครั้งจะให้สีรถนั้นมีความเงางามากขึ้น

 


ดินน้ำมันที่ใช้กับรถนั้นมีลักษณะเดียวกับดินน้ำมันทั่วไป

          เพื่อนๆที่รักรถทั้งหลายคงได้ทราบกันแล้วนะครับว่าการลงดินน้ำมันรถ นั้นมีประโยชน์อย่างไร ช่วยในเรื่องไหนบ้างซึ่งการลงดินน้ำมันรถ หากเรามีการทำอย่างเป็นประจำจะทำให้รถเราสะอาดเงางามอย่างแน่นอน 
X

คราบยางมะตอย“คราบแมลงจำกัดได้ง่ายๆ”

คราบยางมะตอย คราบแมลง กำจัดได้ง่ายๆ หากรู้วิธี

เกิดอาการสมองซนชนิดผิดวัย อยู่ดีๆ ก็ลุกพรวดพราดออกจากเตียงนอนมานั่งจ้องจอคอมฯ รีบเข้าค้นหาข้อมูลว่าในเมืองไทยตอนนี้ รถสีไหนกันที่เป็นสียอดนิยมแห่งยุค

คำตอบที่ได้ก็ไม่ผิดแผกไปจากความรู้สึกเบื้องลึกมากนัก สีรถยอดนิยมในตอนนี้ก็คือ ‘สีขาว’ นั่นเอง แต่สิ่งที่ทำให้ตกกะใจเล็กน้อยคือ ‘สีดำ’ ที่คิดไว้แต่ต้นว่าน่าจะอยู่อันดับ 2 หรือไม่ก็ครองแชมป์ชนิดเฉือนสีขาวแค่ปลายเล็บ แต่ผิดคาด งานนี้ ‘สีดำ’ เจ้าเสน่ห์กลับทำหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่อันดับ 4 ในชาร์ตเพียงแค่นั้น ปล่อยให้ ‘สีเทา’ และ ‘สีเงิน’ ลอยหน้าลอยตายึดอันดับ 2 และ 3 ไปหน้าตาเฉย

แล้วเคยได้ยินมั้ยว่า ‘สีขาว’ มันดูแลยาก ความขาวบริสุทธิ์มันมักอยู่กับเราได้ไม่นาน เชื่อว่าเจ้าของรถสีขาวจำนวนไม่น้อยแน่ๆ ที่รับรู้ถึงปัญหาข้อนี้ดี แต่ด้วยแรกสัมผัส ความขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะมันสุดแสนที่จะห้ามใจใช่หรือไม่ ลองถามคนที่เป็นเจ้าของดูเอาเอง

รถสีขาวออกจากศูนย์มันก็ดูสะอาดดี แต่ไหงใช้ไปสักพักเดียว ล้างอัดฉีดอีท่าไหนยังไง้ยังไงก็เอาคราบไคลจุดดำๆ ของยางมะตอย หรือเศษซากสุสานแมลงด้านหน้ารถที่มันติดทนนานยิ่งกว่าสีบางยี่ห้อออกไปไม่ได้สักที วันนี้คู่มือคนเมืองเลยถือโอกาสพาไปไขทางแก้ปัญหานี้กัน



วิธีดั้งเดิมที่บรรดากูรูแนะนำกันจนแทบจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ก็คือการใช้น้ำมันก๊าดในการเช็ดทำความสะอาด ซึ่งมันจะทำให้คราบยางมะตอยและเศษซากแมลงหลุดออกอย่างง่ายดาย แต่ก็นั่นแหละ ขึ้นชื่อว่าน้ำมันก๊าดทั้งที ใครจะใจดีสู้เสือเอาไปเช็ดที่สีรถตรงๆ กันล่ะ แต่งานนี้ขอบอก หลายๆ คนเขาก็ทำกันนะ….ไม่เห็นแคร์


ทางเลือกต่อมาคือน้ำมันสนหรือทินเนอร์ ที่ดูชื่อชั้นแล้วมีพลังในการทำลายชั้นสีของตัวรถน้อยกว่าน้ำมันก๊าด แต่อย่างไรก็ดีเจ้าของรถสีขาวส่วนใหญ่ก็ยังไม่ไว้วางใจให้เป็นกลเม็ดเด็ดพิชิตคราบเหนียวหนึบเหล่านั้น


น้ำมันเบนซิน!! ชื่อนี้แทบกาทิ้ง เพราะแทบไม่มีเจ้าของผู้รักรถใจกล้าบ้าบิ่นพอจะใช้มันแน่ๆ แม้พลังขจัดคราบจะสูงส่งสักแค่ไหน สำหรับผู้ที่ใช้ส่วนมากเพื่อต้องการเช็ดเอาคราบออก ไม่เน้นไปที่การทะนุบำรุงตัวรถสักเท่าใด


วิธีที่ดูเข้าท่าเข้าทางที่สุดก็คือการใช้ สเตคลีน หลายคนขมวดคิ้วอาจเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่แน่ใจมันคือสิ่งใดกันแน่ ก็เฉลยซะเลย มันคือน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์มีขายทั่วไป ราคาน่าคบหา ลองนำมาทดลองใช้แต้มๆ ป้ายแล้วเช็ดออก ก็จะพบว่ามันได้ผลดีอย่างน่าอัศจรรย์ดีแท้


แอบมีชื่อของน้ำยาครอบจักรวาลยี่ห้อหนึ่ง กระป๋องส้มๆ ถ้ายี่ห้อดังหน่อยก็ขึ้นต้นด้วยตัว S ปกติคุณสมบัติหลักของมันคือการขจัดความชื้น กัดคราบสนิม แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ เพื่อให้สมกับคำว่าครอบจักรวาล มันจึงถูกหยิบยืมมาใช้ในภารกิจขจัดคราบยางมะตอยและแมลง แถมยังได้ผลดีซะอีกด้วย


วิธีสุดท้าย เป็นวิธีที่ต้องบอกว่าถูกต้องที่สุด ก็คือการใช้น้ำยาขจัดคราบยางมะตอยและคราบแมลงโดยเฉพาะ ตามข้างขวดจะมีคำว่า Bugs and Tar Remover ติดอยู่ มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายราคา เลือกหาแบรนด์ที่น่าไว้ใจ มีแหล่งผลิตและเครื่องหมายคุณภาพชัดเจน รถคันงามก็จะสะอาดจับใจ ปลอดภัยกับสีรถแน่นอน

คราบยางมะตอยและคราบแมลงถือได้ว่าเป็นคราบที่ล้างออกค่อนข้างยากถ้าไม่รู้วิธี รถทุกสีล้วนต้องเผชิญกับปัญหานี้ทั้งนั้น แต่มันจะฟ้องทนโธ่อยู่บนรถสีขาวชนิดเห็นได้เด่นชัดกว่ารถสีอื่นหลายเท่า ไม่ว่ารถสีไหนก็ตามหากปล่อยคราบแน่นหนึบเหล่านี้ไว้เป็นเวลานานก็มีแต่เสียกับเสีย จงกำจัดมันซะเถอะ….เชื่อนะ!!

X

"รักษาสีรถยนต์ยังไงให้ดูใหม่อยู่เสมอ"

ดังนั้นเราจึง ต้องรักษาสภาพสีรถยนต์ของเราให้ดูใหม่ตลอดเวลา  วันนี้เราเลยมีวิธีดูแลรักษาสีรถยนต์ให้ดูใหม่อยู่เสมอมาฝากค่ะ


หลายๆคนอาจจะคิดว่าการดูแลให้สีรถดูเหมือนใหม่อยู่เสมอเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่จริงๆแล้ววิธีดูแลสีรถยนต์ นั้นไม่ได้ยุ่งยากเหมือนที่ทุกคนคิดกัน ทุกวิธีล้วนแต่เป็นวิธีที่ง่ายและเราทุกคนก็สามารถที่จะทำเองได้ที่บ้านด้วย คือ


การล้างรถ


การล้างรถเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษา เพราะการล้างนั้นจะทำการชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บริเวณตัวรถออกไป แต่ก็มีหลายๆคนที่ ล้างรถกันไม่ถูกวิธี  วันนี้เราเลยจะมาบอก วิธีล้างรถอย่างถูกต้อง  มาให้ทุกคนได้รู้กันค่ะ  ซึ่งการการล้างรถให้ถูกวิธีทำได้ง่ายๆ


ล้างรถ


ขั้นตอนการล้างรถอย่างถูกวิธี


1.ตอนฉีดน้ำครั้งแรกต้องเปิดน้ำให้แรงที่สุด เพื่อที่จะให้แรงดันของน้ำขจัดพวกคราบขี้ฝุ่น ขี้ดินหลุดออกไปจากตัวรถ


2.ล้างรถด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาล้างรถ


3.เวลาล้างรถให้ล้างจากส่วนบนลงล่าง โดยใช้ผ้าที่นุ่มๆ และแบ่งผ้าที่ใช้ในการล้างออกเป็น 2 ผืน ด้วยกัน คือ


ผ้าที่ใช้สำหรับล้างส่วนบนของตัวรถ คือ บริเวณหลังคารถ ฝากระโปรงหน้า ฝ่ากระโปรงหลัง และกระจกรถทุกบาน

ผ้าที่ใช้สำหรับล้างส่วนล่างของตัวรถ คือ บริเวณรอบๆตัวรถที่อยู่ด้านล่างของขอบกระจกลงมา

โดยการที่เราแยกผ้าที่ใช่สำหรับการล้างเป็นเพราะว่า บริเวณด้านบนของตัวรถจะมีฝุ่นติดน้อยกว่าบริเวณด้านล่างนั้นเอง


4.ฉีดน้ำไล่แชมพูออกให้หมดหลังจากที่ทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างรถ


5.เช็ดรถให้สะอาด แต่การเช็ดรถหลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองนั้นเช็ดรถถูกหรือผิดวิธี วันนี้เราเลยจะมาแนะนำการเช็ดรถที่ถูกวิธีให้กับทุกคนกันด้วยค่ะ 


เช็ดรถให้ถูกวิธี


ควรเช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าชามัวร์ ในการเช็ดรถ เพราะ ผ้าประเภทนี้จะไม่ทำให้เกิดรอย (แต่ถ้าพึ่งซื้อผ้าชามัวร์มา ให้นำผ้าไปจุ่มน้ำให้ชุ่มน้ำทั้งผืนก่อน เพราะผ้าชามัวร์จะถ้าไม่นำไปจุ่มน้ำมันจะแข็งและจะทำให้รถเป็นรอย)

ต้องเริ่มเช็ดตั้งแต่บริเวณด้านบนก่อน เพื่อให้น้ำหยดลงมายังส่วนล่าง เช็ดจากบนลงล่างนั่นเอง

ส่วนที่ควรเช็ดให้แห้งที่สุด คือ บริเวณด้านในขอบประตู ด้านในกระโปรงหลัง ด้านในฝาถังน้ำมัน กระจกด้านหน้า และบริเวณล้อแม็กซ์ สำหรับบริเวณล้อแม็กซ์ควรจะเช็ดให้สะอาดเพราะถ้าไม่เช็ดจะเป็นคราบแล้วพอทิ้งไว้นานๆก็จะกลายเป็นคราบที่ล้างไม่ออก

 

เช็ดรถให้ถูกวิธี


ข้อควรระวังเกี่ยวกับการล้างรถ


ไม่ควรล้างรถกลางแดด เพราะการล้างรถกลางแดดจะทำให้รถแห้งเร็วแล้วจะทำให้เกิดคราบที่เป็นรอยน้ำขึ้น

ไม่ควรล้างรถตอนเย็นด้วยตัวเอง เพราะการล้างรถตอนเย็นถ้าเราเช็ดไม่แห้งจะทำให้เกิดสนิมได้

ไม่ควรใช้ฟองน้ำในการล้างรถ เพราะบางทีในฟองน้ำอาจจะมีกรวดทรายฝังอยู่ในฟองน้ำ

ถ้าหากล้างรถโดยถังใส่น้ำ ควรที่จะเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ เพราะอาจมีสิ่งสกปรกที่ผสมอยู่ในน้ำ จนอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้

นอกจากการล้างรถให้ถูกวิธีแล้ว วิธีที่จะทำให้สีรถดูเงาและสวยคือ การขัดเคลือบสี โดยการขัดและเคลือบสีนั้นจะทำแยกส่วนกัน โดยขั้นแรกเราต้องนำรถไปขัดสีก่อนจากนั้นคอยไปเคลือบสีอีกที


การขัดสีคืออะไร


การขัดสี คือ การขัดผิวหน้าของสีหรือแล็คเกอร์ออกไปเพื่อให้สีเรียบเนียนจึงทำให้เกิดความเงางาม ซึ่งเป็นการขัดเพื่อลบรอยขนแมวออกไป (รอยขนแมวเกิดจากการที่เราล้างและเช็ดไม่สะอาด หรือไปโดนคราบยางไม้ ขี้แมลง จนทำให้เกิดรอย) โดยการที่เราขัดผิวหน้าของสีหรือแล็คเกอร์ออกไปจะทำให้ชั้นสีที่เคลือบอยู่บางลง


ขัดสี


การเคลือบสีคืออะไร


เคลือบสี เพื่อให้ผิวที่ถูกขัดออกไปมีความเงางามยิ่งขึ้นและการเคลือบสีจะช่วยปกป้องชั้นสีที่ถูก   ขัดออกไปให้มีความแข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วนมากยิ่งขึ้น และเมื่อเรานำรถไปขัดและเคลือบสีแล้ว เราจะต้องคอยนำรถไปเคลือบซ้ำตามระยะเวลาที่กำหนดมา เพื่อให้ผิวที่ขัดมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน


แต่ว่าเราไม่ควรนำรถไปจัดสีบ่อยในกรณีที่เป็นรถเก่าที่มีการใช้งานมาแล้วหลายปี แต่สำหรับใครที่พอจะมีงบประมาณในการดูแล เรามีเทคโนโลยี การเคลือบแก้ว (Glass coating) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วย ทำให้เกิดความเงางามยาวนานและชวยลดระยะเวลาในการที่จะต้องนำรถไปเข้าศูนย์บริการเคลือบ 


ข้อดีของการเคลือบแก้ว คือ ทำให้ผิวสีมีความแข็งแรงขึ้น ทนต่อรอยการขีดข่วน การเป็นรอยขนแมว และคราบสกปรกอื่นๆเกาะติดได้ยาก การทำความสะอาดง่ายขึ้นแต่มีราคาในการทำค่อนข้างสูงเลยทีเดียว


เป็นยังไงกันบ้างคะกับการดูแลรักษาสีรถยนต์ ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหม? และเพียงเท่านี้สีรถของคุณก็จะดูเงางามเหมือนขับรถใหม่อยู่เสมอ

X

การดูแลรถเบื้องต้น เรื่องง่ายๆที่ทุกคนมองข้าม 2

การดูแลรถเบื้องต้น เป็นสิ่งจำเป็น ในการยืดอายุการใช้งานรถยนต์ จึงควรรู้จักการทะนุบำรุงดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพียงทำตามในรายการดังต่อไปนี้ ง่ายๆ ด้วยตัวเอง


การดูแลรถเบื้องต้น อย่าง่าย


รักษาไส้กรองอากาศให้สะอาดอยู่เสมอ

ถ้าไส้กรองอุดตันหรือเกือบอุดตันจะสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ ทั้งนี้เพราะอากาศไหลผ่านไส้กรองน้อยกว่าปกติ เปรียบเสมือนปิดโช๊คเอาไว้บางส่วน น้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกดูดเข้าคาร์บูเรเตอร์มากขึ้น การทำความสะอาดไส้กรองอากาศมาเป่าด้วยลมจากด้านในของไส้กรองออกสู่ด้านนอก ฝุ่นละอองบางส่วนที่จับบนไส้กรองจะถูกเป่าหลุดออกควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศทุกๆ 15,000 กิโมเมตรหรือเมื่อมีการอุดตัน


เปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นใหม่และใช้ให้ถูกต้องตามชนิดที่ระบุเอาไว้

น้ำมันหล่อลื่นที่ใช้งานเป็นเวลานานๆ คุณภาพจะเลวลง  เนื่องจากมีสิ่งสกปรกและสารอื่น ๆ  เข้ามาปะปนมากมาย  น้ำมันหล่อลื่นที่มีคุณภาพเลว จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วกว่าปกติ และกำลังอัดในกระบอกสูบจะลดลงเพราะมีการรั่วไหลของความดัน จึงทำให้กำลังเครื่องยนต์ตก และย่อมหมายถึงการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องมากขึ้นเพื่อชดเชยกำลังส่วนที่หายไป  ดังนั้นควรเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นทุก ๆ ระยะ 5,000 กิโลเมตรหรือเร็วกว่านี้


ควรเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นที่มีคุณภาพสูงซึ่งโดยมากมักจะมีราคาแพงกว่าน้ำมันหล่อลื่นธรรมดาทั่ว ๆ ไป ทั้งนี้เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว  ยังช่วยลดการสึกหรอของชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์อีกด้วย  ซึ่งคุ้มค่ามากกว่าการใช้น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพต่ำที่ราคาถูก

 

การดูแลรถเบื้องต้น เพียงตรวจสอบความดันลมในยางรถยนต์เป็นประจำ 

ให้มีความดันเท่ากับที่กำหนดให้  ถ้าความดันลมในยางต่ำเกินไปจะสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น  ทั้งนี้เพราะแรงต้านการหมุนของล้อ (rolling resistance) เพิ่มขึ้น  ถ้าความดันของลมในยางต่ำกว่าที่กำหนด  จะใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 2% ทุก ๆ ความดัน 1 ปอนด์/ตารางนิ้วที่น้อยกว่าความดันที่กำหนด


การขับขี่รถยนต์ระยะทางไกล ๆ เช่น ขับไปต่างจังหวัด  ควรเติมลมให้ความดันลมในยางสูงกว่าที่กำหนดให้ใช้เล็กน้อย  คือมากขึ้น 2-3 ปอนด์/ตารางนิ้วเพื่อช่วยลดการสั่นสะเทือนของเนื้อยางขณะที่ล้อหมุนด้วยอัตราเร็วรอบสูง ๆ  ซึ่งจะทำให้เนื้อยางไม่ฉีกขาดได้ง่าย  นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย


ถ้าความดันลมในยางรถยนต์ต่ำหรือสูงเกินไปจะมีผลต่อการสึกของดอกยางไม่เหมือนกัน   ซึ่งผู้ขับขี่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า  ถ้าความดันต่ำเกินไป  ขอบของดอกยางสองข้างจะสึกเร็วกว่าดอกยางส่วนกลาง  แต่ถ้าความดันสูงเกินไป  ดอกยางส่วนกลางจะสึกเร็วกว่าดอกยางด้านนอก


จงอย่าลืมยางอะไหล่  ทุกครั้งที่เติมลมควรตรวจสอบความดันของยางอะไหล่ด้วย  และเพื่อความปลอดภัยควรเติมลมในยางอะไหล่ให้มีความดันสูงกว่าปกติหลายปอนด์/ตารางนิ้ว  เพราะบางครั้งอาจลืมหรือไม่มีเวลาตรวจสอบยางอะไหล่


ถ้ารถยนต์ของท่านสามารถใช้ได้กับยางธรรมดาและยางเรเดียล

ควรพิจารณาเลือกใช้ยางเรเดียล ยางเรเดียลจะช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยสามารถเพิ่มระยะทางให้ 3-5%  เมื่อขับขี่ในเมืองและเพิ่ม 7-10%  เมื่อขับขี่นอกเมือง ไม่ควรใช้ยางธรรมดาผสมกับยางเรเดียลในรถยนต์คันเดียวกัน


ห้องเก็บของท้ายรถยนต์ของท่านมีสิ่งของต่างๆ เกินความจำเป็น

สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านสะสมไว้ในห้องเก็บของมีผลทำให้ท่านสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น  การเพิ่มภาระให้กับรถยนต์ 45 กิโลกรัม  จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น 1%

X

เผยภาพสมุดพก รัชกาลที่ 9

เป็นบุญตายิ่งนักที่ได้มีโอกาสชม ภาพสมุดพกของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งสมัครสอบเข้าศึกษาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งน้อยคนนักจะได้เห็นกัน

X

ภาพที่คิดถึง…งานฉลองกับครอบครัว เมื่อครั้ง รัชกาลที่ 9 ทรงพระเยาว์

จากในภาพไม่ได้ระบุวันเกิดของพระองค์ใดอย่างแน่ชัด) แต่เป็นการร่วมฉลองกันภายในครอบครัวของพระองค์ รัชกาลที่ 8 และ รัชกาลที่ 9 รวมถึงสมเด็จย่า ในขณะนั้นด้วย เป็นภาพที่แม้จะชมกี่ครั้งก็ยังชื่นชมในความน่ารักของทุกพระองค์และย้ำเตือนความคิดถึงใน รัชกาลที่ 8 และ รัชกาลที่ 9 อย่างสุดหัวใจ

X

รถสีดำ ดูแลรักษาไม่ยาก!!

คำแนะนำในการดูแลรักษารถสีดำ

  1. ต้องระวังเวลาปัดฝุ่นออกจากตัวรถ ไม่ควรใช้ผ้าปัดหรือเช็ดทันที จะทำให้เกิดรอยขนแมวได้ ถ้าฝุ่นเยอะแนะนำให้ใช้น้ำฉีดฝุ่นออกก่อน
  2. ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาดๆเช็ดก่อน ไม่ควรใช้ผ้าแห้งเช็ดเลย เพราะอาจทำให้เกิดรอยขนแมวได้
  3. ลงแว๊กซ์ เคลือบสีรถ บ่อยๆ เป็นการเพิ่มชั้นแว๊กซ์ของผิวสีรถได้ เลือกใช้แว๊กซ์ที่มีคุณภาพ หรือแว๊กซ์เคลือบสีรถที่ใช้สำหรับรถสีดำโดยเฉพาะ บางยี่ห้อจะช่วยลบรอยขีดข่วนจางๆได้ด้วย
  4. หลังลงแว๊กซ์ เคลือบสีรถ ให้ใช้สเปย์แว๊กซ์ฉีดเคลือบสีรถอีกหนึ่งชั้น ยิ่งถ้าเป็นสเปย์แว๊กซ์สำหรับรถสีดำโดยเฉพาะยิ่งดี อาจจะแพงกว่าปกติแต่ช่วยป้องกัน และปกปิดรอยขนแมวได้คุ้มค่าทีเดียว
  5. ในกรณีที่มีรอยขนแมวมากๆ ให้ทำการขัดสีรถลบรอย เพื่อลอกชั้นแว๊กซ์เก่าออก พื้นผิวจะได้เรียบสม่ำเสมอ และให้ลงแว๊กซ์เคลือบสีรถซ้ำอีกครั้ง

ถ้าเลือกใช้รถสีดำต้องหมั่นดูแล เคลือบสีรถให้บ่อยกว่าสีอื่นๆหน่อย ยิ่งใช้น้ำยาเคลือบสีรถดีๆฝุ่นก็จะไม่ค่อยเกาะมาก และจะเช็ดออกง่าย ระมัดระวังการเช็ดและสัมผัสผิวสีของรถก่อนการล้างอัดฉีดฝุ่นออก ถ้าดูแลดีๆรถของคุณก็จะเงางามมากๆ รอยขีดข่วน รอยขนแมว ก็จะไม่ค่อยมีแน่นอน

X

การบำรุงรักษาสีรถยนต์ให้ใหม่ อยู่เสมอ

วันนี้ทาง washmobil จะมาแนะนำวิธีขั้นตอนการดูแลรักษาสีรถยนต์ของเพื่อนๆให้ใหม่อยู่เสมอ เพราะปัญหาสีหมอง มันอาจจะเป็นปัญหาที่ใหญ่สำหรับใครหลายๆคน ดังนั้นเราควรจะต้องรู้วิธีที่ถูกต้องในการบำรุงรักษา เพราะถ้าเราไม่บำรุงรถคุณก็เหมือนเศษเหล็กผุๆพังๆ แต่เมื่อคุณดูแลเอาใจใส่กับมัน มันก็เป็นสมบัติที่สวยงาม ในสายตาคุณ และ คนอื่น เราไปดูขั้นตอนต่างๆที่เรานำมาแนะนำดังนี้

1.การจอดรถก็สำคัญ

หลายคนจอดรถแบบมักง่าย คือ จอดไหนก็ได้ ไม่สน ขอให้ได้จอด แต่หารู้ไหมว่า แสงแดดเวลากลางวันอันร้อนระอุ จะทำให้สีของรถเพื่อนๆเสื่อมสภาพและหมดอายุการใช้งานเร็วกว่าปกติ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากความซีดจางของสี และ ในเวลาการคืน ไม่ควรจอดตากน้ำค้าง เพราะน้ำค้างเป็นอีกสาเหตุที่่ทำให้สีรถยนต์เป็นรอยด่างได้

การบำรุงรักษาสีรถยนต์ให้ใหม่ อยู่เสมอ

วันนี้ทาง Car250 จะมาแนะนำวิธีขั้นตอนการดูแลรักษาสีรถยนต์ของเพื่อนๆให้ใหม่อยู่เสมอ เพราะปัญหาสีหมอง มันอาจจะเป็นปัญหาที่ใหญ่สำหรับใครหลายๆคน ดังนั้นเราควรจะต้องรู้วิธีที่ถูกต้องในการบำรุงรักษา เพราะถ้าเราไม่บำรุงรถคุณก็เหมือนเศษเหล็กผุๆพังๆ แต่เมื่อคุณดูแลเอาใจใส่กับมัน มันก็เป็นสมบัติที่สวยงาม ในสายตาคุณ และ คนอื่น เราไปดูขั้นตอนต่างๆที่เรานำมาแนะนำดังนี้

Color-of-Car

1.การจอดรถก็สำคัญ

หลายคนจอดรถแบบมักง่าย คือ จอดไหนก็ได้ ไม่สน ขอให้ได้จอด แต่หารู้ไหมว่า แสงแดดเวลากลางวันอันร้อนระอุ จะทำให้สีของรถเพื่อนๆเสื่อมสภาพและหมดอายุการใช้งานเร็วกว่าปกติ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากความซีดจางของสี และ ในเวลาการคืน ไม่ควรจอดตากน้ำค้าง เพราะน้ำค้างเป็นอีกสาเหตุที่่ทำให้สีรถยนต์เป็นรอยด่างได้

4484

2.ความสกปรกที่มาจับรถของคุณ

ถ้ามีฝุ่น หรือ โคลนเข้ามาติดในตัวรถของคุณ โปรดจำไว้ว่า สิ่งเหล่านี้จะดูดความซื้นได้ง่าย เป็นสาเหตุทำให้ผิวของรถยนต์เพื่อนๆเสื่อมและลดความเงามัน ถ้าฝุ่นไม่มากจนเกินไปก็ใช้ไม้ขนไก่ปัดเบาๆแต่ถ้าไม้ขนไก่ไม่สามารถทำความสะอาดได้ เนื่องจากเป็นฝุ่นจากโคลนที่ติดแน่น ก็ใช้ผ้าอ่อนๆชุบน้ำอย่างระมัดระวัง แต่ค่อยๆถูเบาๆเพราะถูแรงจะทำให้สีเป็นรอยขีดข่วนได้ง่ายๆ

154787

3.การล้างรถด้วยน้ำเปล่า

การล้างรถด้วยน้ำเปล่า ไม่ผิดมาก แต่การล้างรถด้วยน้ำ ร้อน หรือ น้ำอุ่น นั้นสิจะทำให้สีรถของคุณซีดเลยทีเดียว และ ไม่ควรล้างรถด้วยผงซักฟอกโดยเด็ดขาด หรือ สบู่ต่างๆ มันจะทำให้รถของคุณหมดความงามอย่างไม่มีที่ติเลยทีเดียว นะจ๊ะ

car2f

4.การเซ็ครถยนต์หลังล้างเสร็จ

เมื่อเพื่อนๆล้างรถยนต์ทุกครั้งสิ่งที่ต้องทำคือ การเซ็คทำความสะอาดนั้นเป็นขั้นตอนสุดท้าย ควรใช้ผ้าแห่ง นุ่ม ในการเซ็ค แต่ห้ามจอดรถยนต์ไว้กลางแจ้ง เพื่อให้แห่งเองโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้สีจะเกิดคราบด่างจากน้ำที่เป็นเม็ดๆเกาะอยู่กับตัวถังจะทำให้เกิดคราบด่าง ถ้าอาการหนัก ทำบ่อยๆ จะทำให้สีซีดเป็นจุดๆ วงๆไม่น่าดูเลยทีเดียว

441c

5.เคลือบสีทุกครั้งหลังจากการล้างรถ

เป็นอีกสิ่งสำคัญ และ ขาดไม่ได้ในการทำความสะอาดรถยนต์เพื่อให้สีของรถคุณสวยงามมันเงาตลอด นั้นคือการเคลือบสีทุกครั้งหลังจากการล้างรถ เพื่อป้องกันสิ่งต่างๆที่จะมาทำลายสีรถสุดสวยของคุณ และ เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเคลือบสี ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมากพอสมควร มากกว่าการเคลือบสีมากจริงๆ 

ขั้นตอนการดูแลรักษาสีรถยนต์ ทางเราก็นำเอามาให้ผู้อ่านได้ทราบอาจจะไม่มาก แต่หวังว่าขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยกับรถยนต์สุดที่รักของท่านไม่ให้สีจืดจางอีกต่อไป และ อยู่กับเราได้นานๆ


X

เกร็ดความรู้ กินไป คุยไป ตายได้

 คงไม่มีใครทราบแน่ว่าการคุยขณะรับประทานอาหารนั้นจะทำให้เรามีอันตรายซึ่งอาจถึง “ตาย”ได้


     พญ.วราภรณ์ ภูมิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า คนไทยโบราณมีความชาญฉลาด ห้ามพูดคุยระหว่างกินอาหาร เพราะทางเดินอาหารกับหลอดลมซึ่งเป็นทางเดินหายใจอยู่ติดกัน เวลาหายใจกับการพูดคุยขณะกิน ทำให้ลิ้นเปิด-ปิดทางเดินอาหารกับหลอดลมที่ใช้หายใจเกิดความสับสน ปิดไม่สนิท อาหารตกลงไปในหลอดลม กลไกร่างกายจะทำให้เกิดการสำลัก หากเป็นชิ้นเล็ก ๆ จะสำลักออกมาได้ แต่หากเป็นชิ้นใหญ่ตกไปอุดกั้นหลอดลมถึงขั้นเสียชีวิต หรือขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน ทำให้เป็นเจ้าชายหรือเจ้าหญิงนิทราได้เช่นกัน


หากเกิดการสำลักอาหาร วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้ยืนด้านหลังคนที่สำลัก ใช้มือโอบด้านหน้า กดลงบริเวณลิ้นปี่ ส่งผลให้เกิดแรงดันจากกระเพาะอาหาร ผลักดันเศษอาหารที่ติดอยู่ในหลอดลมให้หลุดออกมาทางปาก


อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่กลไกการกลืนผิดปกติ เช่น เป็นโรคประสาทสมอง ระบบประสาทการกลืนเสียไป อัมพฤกษ์ อัมพาตจากภาวะเส้นเลือดสมองตีบ แตก ตัน ให้รับประทานอาหารช้า ๆ เคี้ยวช้า ๆ ให้อาหารแหลกละเอียดแล้วค่อย ๆ กลืนอย่างช้า ผู้ดูแลไม่ควรเร่ง เพราะการเร่งทำให้ระบบปิด-เปิดหลอดลม หลอดอาหารไม่สัมพันธ์กัน กลไกการไอเพื่อขับสิ่งแปลกปลอมของคนกลุ่มนี้เสียไป ทำให้เศษอาหารตกไปถึงปอด ทำให้ปอดบวม ปอดอักเสบ หรือถ้าเป็นชิ้นใหญ่ อุดหลอดลมซึ่งค่อนข้างยาวถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน


การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนมึนเมาก็เช่นเดียวกัน ส่งผลให้กลไกการปิด-เปิดของหลอดลมและหลอดอาหารไม่สัมพันธ์กัน เพราะคนเมามีปฏิกิริยาตอบสนองช้า ยิ่งเมาแล้วพูดมาก กินกับแกล้มระหว่างดื่มด้วย ที่สำคัญคนรอบข้างไม่มีสติเพราะเมาเหมือนกัน เมื่อมีคนสำลักอาหารไม่มีการช่วยเหลือ พอเกิดปัญหากลไกการไอขับสิ่งแปลกปลอมออกมาก็ช้าลงด้วย


รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมรับประทานอาหารให้หมดก่อนที่คุยกับผู้อื่นล่ะ เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดกับคุณแล้วก็ยังเป็นการป้องกันเศษอาหารพุ่งออกมานอกปากด้วย.

X

10เกร็ดความรู้สู่การทานอาหารเพื่อสุขภาพ

1. กินอาหารหลากหลาย

ร่างกายคนเราต้องการสารอาหารมากกว่า 40 ชนิดเพื่อสุขภาพที่ดี ไม่มีอาหารไหนที่ให้ได้ครบทั้ง 40 อย่าง ถ้ามื้อกลางวันทานอาหารไขมันเยอะ ก็หาทานอาหารไขมันต่ำตอนเย็น หรือถ้ามื้อเย็นวันนี้เป็นมื้อหนักที่เต็มไปด้วยเนื้อ มื้อเย็นของวันต่อไปลองเลือกปลาแทน

2. เลือกอาหารที่มีประโยชน์

หลายคนกินอาหารไม่เพียงพอ เช่น ขนมปัง พาสต้า ข้าว และซีเรียล ลองเปลี่ยนเป็น ขนมปังธัญพืช ซีเรียลธัญพืช เพื่อเพิ่มไฟเบอร์

 เลือกอาหารที่มีประโยชน์ สุขภาพ

3. ผักและผลไม้

ส่วนใหญ่คนเรากินผักและผลไม้ไม่เพียงพอในแต่ละวันทั้งๆที่มันมีคุณค่าทางอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

 ผักและผลไม้ อาหารเพื่อสุขภาพ

4. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์

น้ำหนักที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายอย่าง เช่น เพศ ส่วนสูง อายุ และพันธุกรรม น้ำหนักเกินเพิ่มความเสี่ยงต่อหลายโรค เช่น โรคหัวใจและมะเร็ง ไขมันส่วนเกินจากร่างกายมาจากการกินอาหารมากกว่าแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการ อาจมาได้จากอาหารหลายแหล่ง เช่น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต หรือแอลกอฮอล์ แต่ไขมันเป็นแหล่งแคลอรี่ที่สำคัญที่สุด การออกกำลังกายเป็นหนึ่งทางที่ช่วยลดแคลอรี่ในแต่ละวัน และยังทำให้รู้สึกดีขึ้นด้วย

 ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์

5. กินปริมาณที่พอเหมาะ ลด แต่ไม่อดอาหาร

ถ้าคุณกินอาหารในปริมาณที่พอดีก็ไม่จำเป็นจะต้องอดอาหาร หรือถ้าออกไปกินอาหารข้างนอกกับเพื่อนก็จากนึงแบ่งกันก็ได้

 กินปริมาณที่พอเหมาะ อาหารเพื่อสุขภาพ

6. กินสม่ำเสมอ

การข้ามอาหารมื้อเช้าอาจนำไปสู่ความหิวแบบไม่มีที่สิ้นสุด ขนมระหว่างมื้ออาจช่วยคนที่เน้นคาร์โบได้ แต่อย่ากินมากเกินไปจนมาแทนอาหารมื้อหลัก แล้วอย่าลืมนับแคลอรี่ในขนมลงไปด้วย

 กินสม่ำเสมอ อาหารเพื่อสุขภาพ

7. ดื่มน้ำเยอะๆ

ผู้ใหญ่ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 1.5 ลิตรต่อวัน หรือมากกว่านั้นถ้าร้อนหรือต้องใช้กำลังมาก น้ำดื่มเปล่าๆเป็นน้ำที่ดีที่สุด ทำให้ทั้งสุขภาพดีและสดชื่น ทางเลือกอื่นอาจเป็นน้ำผลไม้ ชา กาแฟ หรือนม

 ดื่มน้ำเยอะๆ อาหารเพื่อสุขภาพ

8. แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย

จากที่เราเห็นกันมาแล้วมากมายว่ากินแคลอรี่มากและออกกำลังกายไม่เพียงพอทำให้น้ำหนักเกิน การออกกำลังกายช่วยเบิร์นแคลอรี่ที่เกิน ทำให้หัวใจและระบบไหลเวียนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้บันไดแทนลิฟท์ เดินแทนการใช้รถ จำไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬาถึงต้องออกกำลังกาย!

 แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย สุขภาพ

9. เริ่มตั้งแต่ตอนนี้และค่อยๆเปลี่ยน

การเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปดีกว่าการเปลี่ยนกระทันหัน ใน 3 วันลองจดดูว่าแต่ละวันกินอะไรไปบ้าง แล้วอะไรควรลดให้น้อยลง หรือควรเพิ่มให้มากขึ้น เช่น ผัก ผลไม้ อาหารที่ชอบกินมีไขมันมากเกินไปที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มได้รึเปล่า อย่าอดอาหารจนรู้สึกทรมาน แต่ลองเลือกอาหารไขมันต่ำหรือกินในปริมาณที่น้อยลง

 เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ อาหารเพื่อสุขภาพ

10. จำไว้ว่ามันเกี่ยวกับความสมดุล

มันไม่มีอาหารดีหรือไม่ดี มีแค่ดีต่อการลดน้ำหนักหรือไม่ดีต่อการลดน้ำหนักแค่นั้นแหละ อย่ารู้สึกผิดที่จะกินอาหารที่ชอบ กินในปริมาณที่พอเหมาะแล้วเลือกอาหารอื่นๆที่ให้ความสมดุลและความหลากหลายเพื่อสุขภาพดีกว่า

X

10 เส้นทาง Road Trip ชมธรรมชาติสวยในไท

วิถีชีวิตของผู้คนรอบทางระหว่างการเดินทาง ซึ่งหลายคนคงหลงใหลการท่องเที่ยวแบบขับรถเที่ยวเองอยู่ไม่น้อย ดังนั้นเราจึงขอเอาใจคนที่ชอบขับรถเที่ยวด้วย 10 เส้นทาง Road Trip ที่ให้คุณสามารถขับรถไปพร้อมชมวิวธรรมชาติสวยๆ ในไทยไปพร้อมๆ กัน เอาเป็นว่าตรงไหนสวยก็หยุดถ่ายรูปกันได้เลย

 1. เส้นทางจังหวัดนครราชสีมา


หากพูดถึงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ อันดับหนึ่งคงหนีไม่พ้นเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพราะที่นี่อุดมสมบูรณ์ไปทั้งป่าไม้ ขุนเขา และสัตว์ต่างๆ ซึ่งมีจุดท่องเที่ยวให้ได้แวะเที่ยวและชมความงามของธรรมชาติมากมาย อาทิ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งมีอาณาเขตรอบคลุมถึง 11 อำเภอ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา จ.สระบุรี จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครนายก เป็นเส้นทางที่คุณจะได้ขับรถผ่านไปพร้อมกับการชมวิว ฟังเสียงนก ชมสัตว์ป่าที่อาจจะโผล่มาให้คุณเห็นอย่างไม่ทันตั้งตัว ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เป็นอย่างมาก แต่บอกเลยว่าคุณจะได้ฟินกับธรรมชาติทั้ง 2 ข้างทางเป็นอย่างแน่นอน นอกจากนั้นยังมีน้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวนรก จุดชมวิวผาเดียวดาย อ่างเก็บน้ำสายศร ฯลฯ ที่ให้คุณได้ขับรถไปเที่ยวกัน

โรงแรมและที่พักใน จ.นครราชสีมา


 2. เส้นทางจังหวัดเชียงใหม่ – เชียงดาว – ดอยอ่างขาง – ฝาง


ขึ้นเหนือไปที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแข่งขุนเขา ดอกไม้ และสายหมอก ที่มีเส้นทางธรรมชาติให้เราเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเส้นทางเชียงใหม่ – เชียงดาว – ดอยอ่างขาง – ฝาง เป็นเส้นทางที่คุณสามารถชื่นชมกับธรรมชาติและดอกไม้ได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นที่ถ้ำเชียงดาว ที่มีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขางที่สามารถชมดอกไม้เมืองหนาว สารพัดดอกไม้นานาพันธุ์ แปลงปลูกพืชเกษตร ดอกนางพญาเสือโคร่ง ฯลฯ บ่อน้ำร้อนฝาง สถานที่แช่น้ำพักผ่อนหลังขับรถเที่ยวเป็นเวลานาน เป็นต้น

โรงแรมและที่พักใน จ.เชียงใหม่

 

3. เส้นทางจังหวัดเชียงใหม่ – ปาย- แม่ฮ่องสอน


เส้นทางเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน นี้เป็นเส้นทางที่ทำให้คุณได้เที่ยวธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ อาทิ โป่งเดือดป่าแป๋ ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ, ปาย เมืองแห่งวิถี Slow Life, แม่ฮ่องสอน ที่มีปางอุ๋ง ดินแดนแห่งทิวสนและสายหมอก รวมไปถึงแม่สะเรียงดินแดนแห่งธรรมชาติและมีพระธาตุสี่จอมให้เราได้ไปสักการะด้วย

โรงแรมและที่พักใน จ.แม่ฮ่องสอน

 

4. เส้นทางจังหวัดเชียงราย – ดอยแม่สลอง – ดอยตุง – แม่สาย

 

เชียงราย จังหวัดเหนือสุดของประเทศ ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ และมีเส้นทางการท่องเที่ยวที่ทอดตัวผ่านขุนเขาสลับซับซ้อนอันสวยงามให้เราได้เที่ยวกัน โดยเส้นทางเชียงราย – ดอยแม่สลอง – ดอยตุง – แม่สาย เป็นเส้นทางที่คุณจะได้ชมธรรมชาติ ไร่ชา และความเป็นอยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น ที่ดอยแม่สลอง คุณจะได้ชื่นชมและดื่มด่ำกับไร่ชาอู่หลง ชมดอกนางพญาเสือโคร่งเมื่อถึงช่วงออกดอก แล้วแวะไปเยี่ยมชมความงามของพระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวง ต่อกันด้วยเที่ยวดอยช้างมูบ ที่มีดอกไม้หายากให้ได้ชม รวมถึงกุหลาบพันปีที่จะออกดอกช่วงเดือน ก.พ. ถึง มี.ค.เป็นต้น

โรงแรมและที่พักใน จ.เชียงราย

 

5. เส้นทางเชียงราย – แม่สาย – เชียงของ – ภูชี้ฟ้า

 

เส้นทางนี้ถือว่าเป็นเส้นทางเลียบลำน้ำโขง ที่คุณจะได้ชมความงามทางธรรมชาติทั้งจากแม่สาย, สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างไทย พม่า ลาว, เชียงของ เมืองธรรมชาติริมฝั่งโขง ที่สามารถข้ามไปยังฝั่งลาวได้, อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยที่สุดอีกแห่งในเมืองไทย, ดอยผาหม่น ซึ่งมีดอกลิลลี่ ดอกทิวลิปให้ได้ชมกันในช่วงฤดูหนาว เป็นต้น

โรงแรมและที่พักใน จ.เชียงราย

 

6. เส้นทางจังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์


เส้นทางพิษณุโลก – ภูหินร่องกล้า – เขาค้อ – ทุ่งแสลงหลวง เป็นเส้นทางที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะมีอากาศที่เย็นสบาย เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายจุดให้เราได้แวะเที่ยวกัน อาทิ ลําน้ําเข็ก โดยคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การล่องแก่งสุดมันส์ในช่วงเดือนมิ.ย. – ต.ค. นอกจากนั้นยังมีอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ที่มีทั้งลานหินแตก ลานหินปุ่ม ผาชูธง น้ำตกตาดฟ้า ฯลฯ ให้ได้เที่ยว มีภูทับเบิก ของ จ.เพชรบูรณ์ ยอดเขาสูงที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี และมีแปลงกะหล่ำปลีเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของที่นี่ให้ได้ชม และต่อยาวกันไปเลยที่เขาค้อ และหากใครชอบศึกษาธรรมชาติ เดินป่า ต้องไม่พลาดที่ทุ่งแสลงหลวง

โรงแรมและที่พักใน จ.พิษณุโลก


 7. เส้นทางจังหวัดกาญจนบุรี


เส้นทางกาญจนบุรี – ทองผาภูมิ – สังขละบุรี เป็นเส้นทางที่คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติสวย ลำน้ำใส และวิถีชีวิตของชาวมอญและชาวกะเหรี่ยงไปพร้อมๆ กัน โดยเส้นทางนี้คุณจะได้เที่ยวอุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ที่มีจุดชมวิวเนินเสาธง นอกจากนั้นยังสามารถไปต่อกันได้ที่น้ำตกเกริงกระเวีย สะพานมอญ ฯลฯ

โรงแรมและที่พักใน จ.กาญจนบุรี

 

8. เส้นทางจังหวัดสระบุรีและลพบุรี

 

เส้นทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักและมีธรรมชาติอันสวยงามก็ต้องมีสระบุรี – ลพบุรี อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน ในเฉพาะในช่วงหลักกิโลเมตรที่ 24 – 25 อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี คุณจะได้พบกับต้นกระถินทั้งสองข้างทาง ให้ความรู้สึกเวลาขับรถเหมือนลอดผ่านอุโมงค์ นอกจากนั้นยังมีสถานที่สำคัญทางธรรมชาติให้ได้เที่ยว อาทิ ทุ่งทานตะวัน ที่จะออกดอกในช่วงหน้าหนาว ประมาณเดือน พ.ย. – ธ.ค. อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ไร่องุ่นมวกเหล็ก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฯลฯ


9. เส้นทางจังหวัดอุบลราชธานี

 

จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่มากมายอย่างคาดไม่ถึง เหมาะสำหรับการขับรถเที่ยวเป็นที่สุด ซึ่งเราขอนำเสนอเส้นทางอุบลราชธานี – โขงเจียม – ผาแต้ม – ลานหินทราย เพราะคุณจะได้เที่ยวเขื่อนสิรินธร ที่สามารถนอนแพชิลริมน้ำได้ เที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมากริมน้ำโขง และในช่วงปลายฤดูฝนก็จะมีดอกไม้หายากบานที่นี่ด้วย และที่สำคัญต้องไม่พลาดไปเที่ยวโขงเจียมกับสามพันโบก แกรนด์แคนยอนของเมืองไทย

โรงแรมและที่พักใน จ.อุบลราชธานี

 

10. เส้นทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี


จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาคใต้ ซึ่งเส้นทางสุราษฏร์ธานี – เขาสก – เขื่อนรัชชประภา นั้นบอกเลยว่าคุณจะต้องตกตะลึงในความงามของธรรมชาติและท้องทะเลไทย โดยที่อุทยานแห่งชาติเขาสก เป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติสูง ซึ่งมีพืชพันธุ์หายาก เช่น ดอกบัวผุด ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและหายาก ที่จะออกดอกมาให้เห็นในช่วงหน้าฝน นอกจากนั้นในอุทยานแห่งชาติเขาสกยังมีน้ำตกแม่ยาย และที่ต้องไม่พลาดเลยก็คือรัชชประภาหรือกุ้ยหลินเมืองไทย ที่คุณสามารถนอนชมธรรมชาติท่ามกลางสายน้ำและธรรมชาติอันบริสุทธิ์

โรงแรมและที่พักใน จ.สุราษฎร์ธานี

 

ประเทศไทยมีถนนสวยๆ มากมาย หลายสาย เมืองสวยๆ มากมายหลายเมืองเพื่อนๆ สามารถเลือกที่พักได้ที่ expedia.co.th เลยครับ

ส่วนเพื่อนๆ คนไหนที่จองที่พักเรียบร้อยแล้ว ถ้าพร้อมเดินทางก็อย่างลืมตรวจเช็คประกันรถยนต์ก่อนนะครับ ถ้าเรามีประกันรถยนต์ขณะขับรถ เราก็สามารถขับรถเที่ยวโดยกังวลน้อยลง เพราะว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุใดๆ เราก็อุ่นใจได้ว่าประกันจะมาช่วยดูแลเราคร้าบบบ

X

รักษาสีรถให้ใหม่ตลอด

เจ้าของรถทุกคนย่อมมีความรู้สึกที่อยากจะให้รถของตัวเองดูสะอาดและดูใหม่อยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเราจะซื้อมานานหลายปีแล้วก็ตาม สิ่งหนึ่งที่จะทำให้รถดูใหม่อยู่เสมอก็คือ สีของรถนั่นเอง เพราะสีของรถเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุด

ดังนั้นเราจึง ต้องรักษาสภาพสีรถยนต์ของเราให้ดูใหม่ตลอดเวลา  วันนี้เราเลยมีวิธีดูแลรักษาสีรถยนต์ให้ดูใหม่อยู่เสมอมาฝากค่ะ

 


หลายๆคนอาจจะคิดว่าการดูแลให้สีรถดูเหมือนใหม่อยู่เสมอเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่จริงๆแล้ววิธีดูแลสีรถยนต์ นั้นไม่ได้ยุ่งยากเหมือนที่ทุกคนคิดกัน ทุกวิธีล้วนแต่เป็นวิธีที่ง่ายและเราทุกคนก็สามารถที่จะทำเองได้ที่บ้านด้วย คือ

การล้างรถ

การล้างรถเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษา เพราะการล้างนั้นจะทำการชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บริเวณตัวรถออกไป แต่ก็มีหลายๆคนที่ ล้างรถกันไม่ถูกวิธี  วันนี้เราเลยจะมาบอก วิธีล้างรถอย่างถูกต้อง  มาให้ทุกคนได้รู้กันค่ะ  ซึ่งการการล้างรถให้ถูกวิธีทำได้ง่ายๆ

ล้างรถ


ขั้นตอนการล้างรถอย่างถูกวิธี

 

1.ตอนฉีดน้ำครั้งแรกต้องเปิดน้ำให้แรงที่สุด เพื่อที่จะให้แรงดันของน้ำขจัดพวกคราบขี้ฝุ่น ขี้ดินหลุดออกไปจากตัวรถ

2.ล้างรถด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาล้างรถ

3.เวลาล้างรถให้ล้างจากส่วนบนลงล่าง โดยใช้ผ้าที่นุ่มๆ และแบ่งผ้าที่ใช้ในการล้างออกเป็น 2 ผืน ด้วยกัน คือ

  • ผ้าที่ใช้สำหรับล้างส่วนบนของตัวรถ คือ บริเวณหลังคารถ ฝากระโปรงหน้า ฝ่ากระโปรงหลัง และกระจกรถทุกบาน
  • ผ้าที่ใช้สำหรับล้างส่วนล่างของตัวรถ คือ บริเวณรอบๆตัวรถที่อยู่ด้านล่างของขอบกระจกลงมา

โดยการที่เราแยกผ้าที่ใช่สำหรับการล้างเป็นเพราะว่า บริเวณด้านบนของตัวรถจะมีฝุ่นติดน้อยกว่าบริเวณด้านล่างนั้นเอง

4.ฉีดน้ำไล่แชมพูออกให้หมดหลังจากที่ทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างรถ

5.เช็ดรถให้สะอาด แต่การเช็ดรถหลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองนั้นเช็ดรถถูกหรือผิดวิธี วันนี้เราเลยจะมาแนะนำการเช็ดรถที่ถูกวิธีให้กับทุกคนกันด้วยค่ะ 


เช็ดรถให้ถูกวิธี

  • ควรเช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าชามัวร์ ในการเช็ดรถ เพราะ ผ้าประเภทนี้จะไม่ทำให้เกิดรอย (แต่ถ้าพึ่งซื้อผ้าชามัวร์มา ให้นำผ้าไปจุ่มน้ำให้ชุ่มน้ำทั้งผืนก่อน เพราะผ้าชามัวร์จะถ้าไม่นำไปจุ่มน้ำมันจะแข็งและจะทำให้รถเป็นรอย)
  • ต้องเริ่มเช็ดตั้งแต่บริเวณด้านบนก่อน เพื่อให้น้ำหยดลงมายังส่วนล่าง เช็ดจากบนลงล่างนั่นเอง
  • ส่วนที่ควรเช็ดให้แห้งที่สุด คือ บริเวณด้านในขอบประตู ด้านในกระโปรงหลัง ด้านในฝาถังน้ำมัน กระจกด้านหน้า และบริเวณล้อแม็กซ์ สำหรับบริเวณล้อแม็กซ์ควรจะเช็ดให้สะอาดเพราะถ้าไม่เช็ดจะเป็นคราบแล้วพอทิ้งไว้นานๆก็จะกลายเป็นคราบที่ล้างไม่ออก

 


เช็ดรถให้ถูกวิธี


ข้อควรระวังเกี่ยวกับการล้างรถ

 

  • ไม่ควรล้างรถกลางแดด เพราะการล้างรถกลางแดดจะทำให้รถแห้งเร็วแล้วจะทำให้เกิดคราบที่เป็นรอยน้ำขึ้น
  • ไม่ควรล้างรถตอนเย็นด้วยตัวเอง เพราะการล้างรถตอนเย็นถ้าเราเช็ดไม่แห้งจะทำให้เกิดสนิมได้
  • ไม่ควรใช้ฟองน้ำในการล้างรถ เพราะบางทีในฟองน้ำอาจจะมีกรวดทรายฝังอยู่ในฟองน้ำ
  • ถ้าหากล้างรถโดยถังใส่น้ำ ควรที่จะเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ เพราะอาจมีสิ่งสกปรกที่ผสมอยู่ในน้ำ จนอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้

นอกจากการล้างรถให้ถูกวิธีแล้ว วิธีที่จะทำให้สีรถดูเงาและสวยคือ การขัดเคลือบสี โดยการขัดและเคลือบสีนั้นจะทำแยกส่วนกัน โดยขั้นแรกเราต้องนำรถไปขัดสีก่อนจากนั้นคอยไปเคลือบสีอีกที


การขัดสีคืออะไร

การขัดสี คือ การขัดผิวหน้าของสีหรือแล็คเกอร์ออกไปเพื่อให้สีเรียบเนียนจึงทำให้เกิดความเงางาม ซึ่งเป็นการขัดเพื่อลบรอยขนแมวออกไป (รอยขนแมวเกิดจากการที่เราล้างและเช็ดไม่สะอาด หรือไปโดนคราบยางไม้ ขี้แมลง จนทำให้เกิดรอย) โดยการที่เราขัดผิวหน้าของสีหรือแล็คเกอร์ออกไปจะทำให้ชั้นสีที่เคลือบอยู่บางลง

ขัดสี


การเคลือบสีคืออะไร

เคลือบสี เพื่อให้ผิวที่ถูกขัดออกไปมีความเงางามยิ่งขึ้นและการเคลือบสีจะช่วยปกป้องชั้นสีที่ถูก   ขัดออกไปให้มีความแข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วนมากยิ่งขึ้น และเมื่อเรานำรถไปขัดและเคลือบสีแล้ว เราจะต้องคอยนำรถไปเคลือบซ้ำตามระยะเวลาที่กำหนดมา เพื่อให้ผิวที่ขัดมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

แต่ว่าเราไม่ควรนำรถไปจัดสีบ่อยในกรณีที่เป็นรถเก่าที่มีการใช้งานมาแล้วหลายปี แต่สำหรับใครที่พอจะมีงบประมาณในการดูแล เรามีเทคโนโลยี การเคลือบแก้ว (Glass coating) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วย ทำให้เกิดความเงางามยาวนานและชวยลดระยะเวลาในการที่จะต้องนำรถไปเข้าศูนย์บริการเคลือบ 

ข้อดีของการเคลือบแก้ว คือ ทำให้ผิวสีมีความแข็งแรงขึ้น ทนต่อรอยการขีดข่วน การเป็นรอยขนแมว และคราบสกปรกอื่นๆเกาะติดได้ยาก การทำความสะอาดง่ายขึ้นแต่มีราคาในการทำค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

เป็นยังไงกันบ้างคะกับการดูแลรักษาสีรถยนต์ ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหม? และเพียงเท่านี้สีรถของคุณก็จะดูเงางามเหมือนขับรถใหม่อยู่เสมอ


X

สลับยางยนต์ ตอนไหนทำอย่างไหร่มีคำตอบ

การสลับยาง หมายถึงการเปลี่ยนให้ยางไปอยู่ตำแหน่งอื่นๆแทนที่จะอยู่ตำแหน่งเดิม การสลับแต่ละครั้ง จะทำให้เกิดการเสือมของดอกยางแบบสม่ำเสมอกัน

เมื่อไรที่คุณควรสลับยาง

การขับขี่บนถนนของคุณ จะเป็นตัวบอกว่าคุณควรสลับยางบ่อยแค่ไหน โดยทั่วๆไปแล้ว เราแนะนำให้คุณสลับยางทุกๆ 6 เดือนหรือทุก 9700 กม. แล้วแต่ว่าอะไรมาถึงก่อน

คุณควรสลับยางที่ไหน

ในขณะที่คุณสามารถสลับยางเองได้ คุณควรมีเครื่องมือที่ดีพอ แต่ยังไงก็ตามการที่ให้ผู้เชี่ยวชาญทำให้จะดีที่สุด ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้คุณได้เช็คศูนย์ของล้อด้วย


การสลับยางสำหรับรถที่ต่างกัน

หลักการสลับยาง จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการขับรถของคุณ คุณสามารถเลือกวิธีการสลับยางตามรูปข้างล่างที่เหมาะกับรถของคุณ


article_rotate_tyres_v2_06


สำหรับรถขับหน้า

สำหรับรถขับหน้า ยางข้างหน้า 2 เส้นควรจะอยู่ข้างเดียวกันกับรถเหมือนตอนแรก และเปลี่ยนไปข้างหลัง และยางหลังสลับข้างและเอาไปข้างหน้า

ยางหน้า เปลี่ยนมาข้างหลัง ฝั่งเดียวกัน

ยางหลัง เปลี่ยนไปข้างหน้า สลับฝั่ง

สำหรับรถขับหลัง

สำหรับรถขับหลัง ยางข้างหลังจะอยู่ฝั่งเดิมและเปลี่ยนมาข้างหน้าและยางข้างหน้าจะสลับฝั่งและเปลี่ยนมาข้างหลัง

ยางหน้า เปลี่ยนมาข้างหลัง สลับฝั่ง

ยางหลัง เปลี่ยนไปข้างหน้า ฝั่งเดียวกัน


article_rotate_tyres_v2_12


สำหรับรถขับสี่ล้อ

สำหรับรถขับสี่ล้อ ยางทั้งคู่หน้าและคู่หลังจะสลับ ฝั่งกันหมด ยางหน้าไปข้างหลังและสลับฝั่ง ยางหลังไปข้างหน้าและสลับฝั่ง

ยางหน้า เปลี่ยนมาข้างหลัง สลับฝั่ง

ยางหลัง เปลี่ยนไปข้างหน้า สลับฝั่ง

สำหรับยางที่มีดอกยางทิศทางเดียว

ยางที่มีดอกยางทิศทางเดียว จะมีลายดอกยางพิเศษ ซึ่งจะต้องอยู่ทางซ้ายหรือไม่ก็ทางขวาของรถเท่านั้น และบนแก้มยางจะมีสัญลักษณ์ให้เห็น เพื่อจะบอกให้คุณรู้ว่ายางเส้นนี้ควรจะอยู่ข้างไหน การสลับยางแบบไม่ถูกวิธีจะก่อให้เกิดอันตรายได้

ยางหน้า ยางหน้าซ้ายสลับไปข้างหลังซ้าย และยางหน้าขวาสลับไปยางหลังขวา

ยางหลัง ยางหลังซ้ายสลับไปหน้าซ้าย และยางหลังขวาขยับไปหน้าขวา

X

วิธีดูแลสีรถยนต์ของท่าน..ดูใหม่อยู่เสมอ

การล้างรถ


- ควรล้างรถสัปดาห์ละครั้ง หรือเมื่อสีเริ่มสกปรก
- ล้างน้ำมันเบนซินน้ำมันเครื่อง จาระบีหรือน้ำมันเบรกออกทันที เมื่อเปื้อนสีรถ แม้ว่าสีรถนั้นจะเป็นยี่ห้อพิเศษที่ทนน้ำมันเบรกทนไฟก็ตาม
- ควรขจัดแมลงที่ติดตามตัวถังก่อนที่จะทำการล้างรถ
- ควรทำความสะอาดตามขอบประตู ฝากระโปรงหน้า-หลังอย่างทั่วถึง
- ในช่วงฤดูฝนควรทำความสะอาดค่อนข้างบ่อย อย่าไปคิดว่าเดี๋ยวฝนตกรถก็เปรอะเปื้อนอีก เนื่องจากโคลนที่เกาะตามตัวถังเมื่อเพิ่มจำนวนขึ้นจะทำให้ล้างยาก และเป็นอันตรายกับสีรถ

- ควรดูดฝุ่นภายในรถด้วย
- ในการล้างรถขั้นแรกควรใช้น้ำฉีดล้างสิ่งสกปรกให้ละลายเสียก่อน หรือใช้น้ำเปล่าราดให้โชกตลอดทั่วทั้งคัน จากนั้นใช้ฟองน้ำหรือผ้านุ่มเช็ดถูเบา ๆ อย่าถู แบบกดแรง ๆ หรือซ้ำซากในที่เดียว ถ้าใช้น้ำฉีดล้างก็ควรฉีดเบา ๆ
- เริ่มทำความสะอาดจากด้านบนก่อน โดยเริ่มจากหลังคาลงมายังส่วนฝากระโปรงรถสำหรับส่วนล่างของรถ หรือล้อควรล้างในขั้นสุดท้าย และอย่าลืมแยกฟองน้ำที่ ใช้ล้างต่างหาก อย่าใช้ปะปนกับอันที่ใช้ล้างตัวรถ
- ถ้าใช้พวกแชมพูในการล้างด้วย ต้องล้างน้ำสะอาดธรรมอีกครั้งหลังจากใช้แชมพูแล้ว และอย่าใช้ผงซักฟองล้างรถเป็นอันขาด
- เช็ดรถให้แห้งด้วยผ้าชามัวส์ หรือผ้านุ่มสะอาด ตรวจดูให้ทั่วอย่าให้มีหยดน้ำหลงเหลืออยู่บนตัวรถ มิฉะนั้นเวลาแห้งมันจะทิ้งรอยคราบขาวๆ เอาไว้ ยิ่งเป็นรถที่ มีสีทึบจะเห็นได้อย่างชัดเจน
- รอยสกปรกที่ยังตกค้างอยู่บนพื้นผิวสี ควรเช็ดออกด้วยน้ำยาทำความสะอาดทันที 

 

หลังจากล้างรถแล้วเบรกอาจจะเปียกชื้น เพื่อให้เกิดความแน่ใจก่อนออกรถทุกครั้งภายหลังการล้างรถ ควรเหยียบห้ามล้อย้ำสักครั้งสองครั้งเพื่อไล่ ความชื้นบนผ้าเบรก ซึ่งอาจเปียกน้ำให้หมดไป หลังจากล้างรถเสร็จใหม่ๆ ไม่ควรดึงเบรกมือ เพราะอาจจะยังมีน้ำเกาะอยู่ที่จานเบรก (ตอนล้างล้อ) ทำให้เกิด อาการ "เบรกติด" ได้

ล้างกระจกหน้าต่าง


หน้าต่างรถด้านนอกสามารถจะใช้แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาล้างกระจกล้างทำความสะอาดได้ แต่ด้านในของกระจกที่มีวงจรไฟฟ้าติดตั้งอยู่ (เช่นแผงไล่ฝ้า ติดตั้งกระจกหลัง ที่ป้งกันมิให้เกิดฝ้าจากการเกาะตัวของไอน้ำในขณะฝนตก หรืออากาศเย็นจัด) ไม่ควรเช็ดล้างแบบเปียกควรใช้วิธีการปัดทำความสะอาด เท่านั้น อย่าใช้น้ำยาล้างที่มีส่วนผสมของสารประเภทซิลิโคนเป็นอันขาด และไม่ควรใช้ยาขัดใด ๆ ซึ่งอาจทำให้แผงเส้นลวดชำรุดได้


สำหรับใบปัดน้ำฝนส่วนที่เป็นยางควรล้างด้วยน้ำสบู่ ระวังอย่าถูกกดแรง ๆ จนทำให้ใบปัดเสียรูปทรง หรือ ขอบยางบิดเบี้ยว
การทำความสะอาดตัวรถ


ตัวถังรถยนต์จะได้รับการเคลือบสีไว้เป็นอย่างดี ถ้าการทำความสะอาดนั้นทำผิดวิธีจะทำให้สีที่เคลือบไว้เสียหาย เช่น เกิดการด่าง การลอกร้าวของสี ดังนั้น เราต้องทำความสะอาดให้ถูกวิธี คือ
ฝุ่น หรือโคลนติดที่ตัวถังรถสิ่งเหล่านี้จะดูดความชื้นได้ง่าย จะทำให้ผิวของสีเสื่อม ขาดความเป็นเงามัน สีจะซีดจางเกิดรอยแตกร้าวได้ง่าย ถ้ามีฝุ่นจับที่ ไม่สกปรกเกินไป ก็ใช้ไม้ขนไก่ทุกวันก็พอ
เมื่อไม้ขนไก่ไม่สามารถ ทำความสะอาดที่ตัวถังรถ ได้เพียงพอให้ใช้ผ้าอ่อน ๆ ชุบน้ำเช็ดอย่างระมัดระวัง เพราะฝุ่นนั้นจะมีละอองหินหรือสิ่งที่แข็งติดอยู่ ถ้าเช็ดแรงๆ สีที่เคลือบไว้จะเป็นรอยขีดข่วน ควรทำความสะอาด ที่ปัดน้ำฝนด้วยถ้ามีโคลนจับเพราะจะทำให้กระจกเป็นรอยได้

 

วิธีล้างตัวถังรถ


1.ไขกระจกหน้าต่างขึ้นหมดทุกบานปิดกระจกดันลมเพื่อกันมิให้น้ำเข้า
2.ใช้สายยางฉีดน้ำตั้งแต่หลังคาลงมา เอาแปรงอ่อนหรือฟองน้ำที่ใช้สำหรับล้างรถ ล้างฝุ่นออก (อย่าใช้แปรงแข็งเพราะจะเกิดรอยขีดข่วน)ห้ามใช้ทินเนอร์ เบนซิน แอลกอฮอล์เช็ด เพราะจะทำให้สีด้าน ถ้าเช็ดกระจกจะทำให้กระจกเป็นฝ้า
3.เช็ดให้แห้งด้วยฟองน้ำ ผ้าอ่อน หรือชามัวส์

 

วิธีการทำความสะอาดในบริเวณภายในหน้าเครื่องยนต์


การล้างบริเวณหน้าเครื่องยนต์ ส่วนมากที่หน้าเครื่องยนต์มักจะมีน้ำมันเครื่องปนอยู่ ถ้าใช้น้ำล้างจะล้างไม่ออก และจะทำให้สายไฟชื้น ไฟฟ้าลัดวงจรได้
วิธีทำความสะอาดคือ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำมันก๊าด หรือน้ำมันโซล่า (ดีเซล) น้ำมันเบนซินเช็ดบริเวณที่มีคราบเหนียวนั้นออกให้หมด อย่าใช้น้ำมันเบนซินซูเปอร์ เพราะมีสารตะกั่วที่มีอันตรายต่อคนเราผสมอยู่ สายพานพัดลม , สายยางท่อน้ำ ,สายไฟ ใช้น้ำมันเช็ดคราบสกปรกออกให้หมด
เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น มอเตอร์สตาร์ต เครื่องกำเนิดไฟ โคมไฟ ถ้ามีฝุ่นละอองจับจะทำให้เครื่องใช้เหล่านี้ดูดความชื้นได้ง่าย จะมีผลทำให้เกิดเป็นฉนวน ไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าเสื่อมลง ต้องเช็ดสิ่งเหล่านี้ให้สะอาดปราศจากฝุ่นด้วยผ้าสะอาด

ส่วนที่เป็นโลหะ
ชิ้นส่วนที่เป็นโลหะ ล้างด้วยน้ำสะอาดธรรมดาหรือน้ำสบู่เจือจางไม่ควรใช้น้ำยาล้าง

นอกจากจะเป็นชนิดที่ผลิตมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะบริเวณฝาครอบล้อ หรือกระทะล้อแม็กควรจะล้างบ่อย ๆ เพราะส่วนนี้มักจะสกปรก มีคราบโคลน ทราย หรือไอเกลือ จากพื้นถนนเกาะติดอยู่ หลังจากล้างและเช็ดให้แห้งสะอาดดีแล้ว อาจใช้น้ำยาบางชนิดที่ใช้เฉพาะเคลือบทับอีกที

ล้างคราบยางแอสฟัลต์บนตัวรถ
ถ้ามีคราบหรือก้อนยางแอสฟัลต์ ซึ่งเป็นส่วนผสมของวัสดุทำถนนติดตามตัวถัง ควรจะต้องรีบกำจัดออกไปโดยด่วนที่สุด อย่าใช้วิธีขูด แคะให้หลุดไป แบบบีบสิว หรือใช้ผ้าถูให้หมดคราบ เพราะสีจะเป็นรอย ควรใช้น้ำมันก๊าด หรือน้ำขาขจัดโดยเฉพาะจะดีที่สุด

เข็มขัดนิรภัย
              การทำความสะอาดสายเข็มขัดนิรภัยให้ทำความสะอาดด้วยน้ำและสบู่ หรือผงซักฟอกอ่อน ๆ อย่าให้โดนส่วนที่เป็นโลหะสำหรับรอยเปื้อนฝังลึกที่ขจัดออก ยากใช้แอลกอฮอล์ชุบผผ้าแล้วบิดให้หมาด ๆ ถูตรงรอยเปื้อนเบา ๆ หรือจะใช้น้ำมันไฟแช็คก็ได้ และอย่าย้อมสีสายเข็มขัดนิรภัยเป็นอันขาด เวลาที่เห็นว่าสีมัน ไม่เข้ากับตัวรถ เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการยืดหยุ่นเสียไปได้

หน้าปัด
 การทำความสะอาดบนแผงหน้าปัดใช้เพียงผ้าชุบน้ำผสมสบู่เจือจางก็เพียงพอแล้ว

วงพวงมาลัย
ควรล้างเช็ดถูด้วยน้ำผสมสบู่ หรือจะใช้น้ำยาที่ไม่มีสารผสมเข้มข้น เช่น แอลกอฮอล์ก็ย่อมได้เพราะนอกจากจะเป็นการทำความสะอาดคราบไคลที่เกิด จากมือสัมผัสแล้ว ยังช่วยฆ่าเชื้อโรคไปในตัวอีกด้วย

วิธีการทำความสะอาดภายในรถ
การทำความสะอาดภายในรถ ห้ามใช้น้ำเข้าไปล้างโดยเด็ดขาด เพราะถ้ามีน้ำเข้าไปขังในพื้นรถจะทำให้รถเป็นสนิม และจะมีรอยด่างบนเบาะนั่งด้วย
การทำความสะอาดให้ใช้ไม้กวาดขนไก่หรือผ้าสะอาดปัดฝุ่นออกจากเบาะและส่วนตกแต่งภายใน ถ้ามีเครื่องดูดฝุ่นก็เป็นการดีที่สุด ใช้ดูดฝุ่นจะสะดวกมาก

 

พรมปูพื้นถอดออกมาล้างให้สะอาดด้วยผงซักฟอกและตากให้แห้งสนิท จึงเก็บเข้ามาปูพื้นตามเดิม


ในกรณีที่ฝนสาดเข้าไปในรถ ให้ใช้ผ้าแห้งเช็ด และนำรถไปจอดไว้ในที่ที่มีลมโกรก เปิดประตูรถไว้ ถอดพรมออก ปล่อยให้แห้ง ส่วนที่อยู่ใต้รถและ พื้นรถพยายามเช็ดให้แห้ง เพราะจะขึ้นสนิมได้ง่าย

การใช้ขี้ผึ้งขัดสีรถ


เมื่อรถผ่านการทำความสะอาดเรียบร้อย และแห้งสนิท ควรใช้ขี้ผึ้งขัดรถที่มีขายอยู่ทั่วไปขัดสีที่เคลือบตัวถังรถเพื่อให้สีเงางามสวยและช่วยให้สีมี ความทนทาน

 

 ขี้ผึ้งขัดสีรถมีหลายชนิด คือ


- ชนิดเป็นก้อน แบบนี้จะมีความทนทานและได้ผลดีในการถนอมสีรถ แต่มีข้อเสียคือเสียเวลาในการขัดมากกว่าชนิดอื่น


- ชนิดที่เป็นครีม ทาและขัดง่ายกว่าแบบที่เป็นก้อน ใช้สะดวกมาก


- ชนิดเป็นน้ำ เป็นชนิดที่ใช้สะดวกที่สุด เพียงผสมน้ำก็ใช้ได้แล้ว

 

 วิธีขัด

 

 ใส่ขี้ผึ้งลงบนผ้าทาลงไปให้ทั่วผิวหน้ารถให้มีความยาวพอเหมาะทาให้ทั่วตัวรถทั้งหมด แล้วจึงลงมือขัดขี้ผึ้งออกด้วยผ้าแห้งที่มีเนื้อละเอียด ขัดจนเป็นเงา งาม การออกแรงขัดควรขัดไปทางเดียวกันทั้งหมดจะช่วยให้เป็นเงามากขึ้น

 

ข้อควรระวัง คือ การขัดขี้ผึ้งนั้นต้องให้รถแห้งจริง ๆ และเวลาขัดนั้นให้ขัดในที่ร่ม ห้ามขัดกลางแดด

X

10 ที่เที่ยวเมืองไทย สไตล์เมืองนอก

เมืองไทยนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ หนึ่งในนั้นคือสถานที่ท่องเที่ยวที่จำลองบรรยากาศมาจากสถานที่ชื่อดังของต่างประเทศทั้งยุโรปและเอเชีย ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินไปกับมุมสวยๆ ในราคาสบายกระเป๋า ไม่ต้องเสียเวลาบินไปไกลถึงต่างประเทศก็มีวันหยุดสนุกๆ กับสถานที่ที่แตกต่างไปได้ วันนี้เราจึงได้หยิบเอา 10 ที่เที่ยวเมืองไทย สไตล์เมืองนอก มาให้ชมกันเผื่อใครอยากไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศในวันหยุดนี้

1. Santorini Park Cha-am

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Santorini Park Cha-am


ซานโตรินี พาร์ค สร้างด้วยธีมสีฟ้า-ขาวสไตล์เกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ ภายในตกแต่งอย่างสวยงามเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป บริเวณโครงการมีทั้งสวนสนุก สวนน้ำ ช้อปปิ้งมอลล์ พร้อมด้วยที่พักบรรยากาศดีๆ เรียกได้ว่ามีครบเลยทีเดียว

ที่ตั้ง :       อ. ชะอำ, จ. เพชรบุรี

เปิด-ปิด :  จันทร์ - ศุกร์  10.00 น. -  19.00 น.

               เสาร์ - อาทิตย์ 09.00 น. - 19.00 น.



2. Primo Piazza

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Primo Piazza


Primo Piazza ได้จำลองสถาปัตยกรรมจากหมู่บ้านโบราณอายุกว่า 500ปี ในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี มาไว้ที่เขาใหญ่ ภายในมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก ฟาร์มแกะ อัลปาก้าและลาดองกี้

ที่ตั้ง :       อ. ปากช่อง, จ. นครราชสีมา

เปิด-ปิด :  จันทร์, พฤหัสบดี-ศุกร์  09.00 น. -  18.00 น.

               เสาร์ - อาทิตย์ 09.00 น. - 22.00 น.

               ปิดอังคาร-พุธ (ยกเว้นวันยุดนักขัตฤกษ์)


3. Pickadaily

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Pickadaily

คอมมิวนิตี้มอลล์ติดถนนสุขุมวิท 77 สร้างด้วยแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกของประเทศอังกฤษ จึงมีกลิ่นอายแบบ English Old Town ใครอยากได้บรรยากาศสวยๆ สไตล์อังกฤษพลาดไม่ได้

ที่ตั้ง :       ถนนสุขุมวิท 77, จ.กรุงเทพมหานคร

เปิด-ปิด :  เปิดทุกวัน 10.00 - 22.00 น.


4. Thames Valley

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ thames valley เขาใหญ่


ยังอยู่กันต่อที่บรรยากาศแบบอังกฤษ แห่งถัดมาคือ Thames Valley โรงแรมบรรยากาศดีๆ ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติของเขาใหญ่ ที่นี่ได้รับแรงบันดาลใจจากหมู่บ้านเล็กๆ ในชนบทของประเทศอังกฤษแถบลุ่มแม่น้ำเทมส์ ใครอยากพักผ่อนเงียบสงบในบรรยากาศที่แตกต่างรับรองว่าไม่ผิดหวัง

ที่ตั้ง :       อ. ปากช่อง, จ. นครราชสีมา


5. The Venezia Hua Hin

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ The Venezia Hua Hin


เดอะเวเนเซียหัวหิน-ชะอำ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ไฮไลท์ของที่นี่มีทั้ง ล่องเรือกอนโดลา, 3D Art Gallery, บ้านกลับหัว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆให้ทำอีกเพียบ

ที่ตั้ง :        อ. ชะอำ, จ. เพชรบุรี

เปิด-ปิด :   เปิดทุกวัน 10.00 - 20.00 น.


6. Camel-republic

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Camel-republic


ถัดมาอีกแห่งกับสถานที่ท่องเที่ยวในชะอำ เปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นแแบบสไตล์โมร็อกโกกันบ้างที่คาเมล รีพับบลิค เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รวมเอาสวนสัตว์และสวนสนุกมาไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังทีร้านอาหารและร้านขายของทีระลึกให้เลือกซื้อติดมือกลับบ้านกันอีกด้วย

ที่ตั้ง :        อ. ชะอำ, จ. เพชรบุรี

เปิด-ปิด :   จันทร์ - ศุกร์  10.00 น. -  18.00 น.

                เสาร์ - อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ 09.00 น. - 18.30 น.


7. Palio

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ palio เขาใหญ่


ปาลิโอ เขาใหญ่  สร้างสรรค์ในรูปแบบสถาปัตยกรรมหมู่บ้านจากประเทศอิตาลี ภายในโครงการจะมีตรอกซอกซอยซึ่งมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟตั้งเรียงรายกันอยู่ ใครที่ชอบถ่ายรูปสวยๆ ต้องถูกใจแน่นอนเพราะมีมุมถ่ายรูปอยู่เพียบ

ที่ตั้ง :        อ. ปากช่อง, จ. นครราชสีมา

เปิด-ปิด :   อาทิตย์ - พฤหัสบดี  8.30 น. - 21.00 น.

                ศุกร์ - เสาร์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ 8.30 น. - 22.00 น.


8. La Toscana Resort

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ La Toscana Resort

อีกหนึ่งรีสอร์ทบรรยากาศดีที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและวิวทะเลภูเขาของสวนผึ้ง ลา ทอสคานา ได้แรงบันดาลใจจากทัสกานี ประเทศอิตาลี ภายในที่พักจะตกแต่งเป็นแบบ Italian Country Style เน้นพื้นที่ห้องน้ำและอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายไปสัมผัสบรรยากาศโรแมนติกท่ามกลางธรรมชาติ

ที่ตั้ง :       อ. สวนผึ้ง, จ. ราชบุรี


9. อุทยานมังกรสวรรค์


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อุทยานมังกรสวรรค์

บริเวณอุทยานมังกรสวรรค์ประกอบไปด้ว พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร  หมู่บ้านมังกรสวรรค์ และอุทยานพุทธบัญชา (พระยูไล) ใกล้ๆ กันยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองอีกด้วย อุทยานมังกรสวรรค์เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน ใครอยากสัมผัสบรรยากาศแบบเมืองจีนในไทยลองแวะมาชมกันได้

ที่ตั้ง :        อ. เมือง, จ. สุพรรณบุรี

เปิด-ปิด :

พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร

พุธ-ศุกร์ 10.00-16.00 น.

เสาร์-อาทิตย์  09.00-17.00 น.

หมู่บ้านมังกรสวรรค์

เปิดบริการทุกวัน

10. J-Park

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

คอมมูนิตี้มอลล์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหมู่บ้านญี่ปุ่นในสมัยเมจิ ช่วงยุคปลายเอโดะ ไม่เพียงแต่การตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นเท่านั้น กว่า 80% ของร้านอาหารยังเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นอีกด้วย

ที่ตั้ง :       อ. ศรีราชา, จ. ชลบุรี

เปิด-ปิด :  เปิดบริการทุกวัน 10.00-22.00 น.

X

"เกร็ดความรู้ก่อนตัดสินใจทำเคลือบแก้ว"

เคลือบแก้วมีแทบทุกที่ ?

เนื่องจากในปัจจุบัน มีบริการเคลือบแก้วรถยนต์อยู่แทบทุกมุมเมือง โดยเฉพาะในเคลือบแก้วในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ๆ ก็มีร้านให้บริการเคลือบแก้วรถยนต์อยู่ไม่ต่ำกว่าหลักร้อยถึงพันแห่ง


อะไรคือความแตกต่าง ?

ความแตกต่างของเคลือบแก้วที่แท้จริง คงมีอยู่หลากหลายมิติ แต่หลักๆแล้วเราควรจะเลือกเคลือบแก้วจากปัจจัยใดบ้าง


ปัจจัยข้อ 1 ราคาเคลือบแก้ว ถูกและดีจริงหรือไม่ ?

เป็นเรื่องที่ชวนคิด เนื่องจากราคาของเคลือบแก้วปัจจุบันมีตั้งแต่ราคาหลักพัน ถึงหลักหมื่น จนถึงแสนอะไรคือราคาที่แท้จริง ถูกเกินไป หรือ แพงเกินไป จะน่าเชื่อถือหรือไม่ การใช้ราคาเป็นเกณฑ์ตัดสินคงไม่ใช่คำตอบที่ดีนักเนื่องจากก่อนที่เราจะตัดสินใจ ควรพิจารณาเรื่องคุณภาพ ความคงทนของเคลือบแก้ว และการบริการก่อนและหลังการขายควบคู่กันไปเพราะราคาที่ถูกที่สุด ไม่ได้แปลว่าจะได้ของดีที่สุดเสมอไป ควรจะเลือกเคลือบแก้วที่คุ้มค่าอยู่ได้คงทน ไม่ต้องเสียเงินบ่อยๆ


ปัจจัยข้อ 2 คุณภาพของเคลือบแก้วแท้ๆ (Si)

จึงเป็นสิ่งที่ต้องนึกถึง และคุณภาพของเคลือบแก้ววัดได้จากอะไรบ้าง อะไรคือเคลือบแก้วแท้ หรือ เคลือบแก้วผสมซึ่งมีมูลค่าและคุณค่าของตนตัวเองต้นกำเนิดของเคลือบแก้วแท้ๆ ที่จริงแล้วถูกผลิตขึ้นมาจาก สารซีลีก้า Si โดยปัจจุบัน ค่าความแข็งสูงสุดของเคลือบแก้วซีลีก้าแท้ที่ผลิตได้จริง อยู่ที่ระดับ 9H ความแข็ง คือ สิ่งที่สำคัญมากกว่าความหนาของไมครอนเคลือบแก้วระดับ 9H จัดเป็นระดับพรีเมียมเกรดที่ทางองค์กรในประเทศญี่ปุ่น Japan Quartz Club ซึ่งเป็นต้นกำเนิดเคลือบแก้วให้การรับรองคุณภาพนั้นหมายความว่า หากเราเลือกเคลือบแก้วผสม เราอาาจะต้องเสียทำเงินเคลือบแก้วบ่อยๆ เพราะมีการเกาะติดของสารซีลีก้าในปริมาณต่ำถึงแม้จะเคลือบให้มีความหนาหลายชั้นเป็น สิบๆไมครอน ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ถึงแม้จะมีราคาถูก ก็เปรียบเหมือนทองคำที่ถูกชุบ เพราะเนื้อในยังคงมีสารประกอบอื่นๆเจืออยู่นั่นเอง


ปัจจัยข้อ 3 วิธีการทำเคลือบแก้ว และ เทคนิคใหม่ๆ

ถึงแม้จะเลือกเคลือบแก้วแท้ๆ ที่มีการผลิตมาจากสารซีลีก้า Si เข้มข้น แต่ในตลาดยังมีอยู่มากมายดังนั้นการเคลือบแก้วที่ให้ผลดี ควรจะพิจารณาจากเทคนิคการส่งผ่านสารซีลีก้าที่ดีด้วยเช่นกันซึ่งขั้นตอนวิธีการทำเคลือบแก้วในปัจจุบันนั้นด้วยกันอยู่ 2 ระบบ ได้แก่


1 ระบบทาด้วยมือ (Hand made) ซึ่งเป็นการทาสารประกอบซีลีก้า Si ลงบนชั้นผิวสีรถยนต์ด้วยฟองน้ำ ให้เกิดเป็นสาร SiO2ซึ่งเป็นเทคนิคที่คาร์แคร์โดยทั่วไปเลือกใช้ เนื่องจากไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ และสามารถเลือกทำได้กับน้ำยาซีลีก้าทุกเกรดดังนั้นคุณภาพของเคลือบแก้ว จึงขึ้นอยู่กับโครงสร้างของน้ำยาซีลีก้า และความปราณีตและความละเอียดอ่อนของช่างซึ่งต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ถึงจะทำให้งานทาเคลือบแก้วนั้นเปี่ยมไปด้วยคุณภาพเพราะหากทาไม่ดีแล้ว โอกาสที่น้ำยาซีลีก้าใสๆ จะกระจายตัวปกป้องผิวรถทั้งคัน คงเป็นไปได้ยากและมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแล้ว


2 เคลือบแก้วระบบพ่น หรือ เรียกว่า Quartz Glass Coating ซึ่งเป็นเทคนิคการเคลือบแก้วขั้นสูง ทำได้เฉพาะกับเคลือบแก้วที่ให้ค่าความแข็งระดับ 9 H เท่านั้นเนื่องจากเทคนิคการพ่น จะช่วยส่งผ่านสารซีลีก้า ให้เกิดประจุซีลีก้า Sio2 ตามธรรมชาติ เปรียบได้ดังแร่ Quartz หรือผลึกแก้วที่แข็งกว่าแก้วทั่วไปซึ่งเทคนิคการพ่นจะใช้ได้เฉพาะกับ สารเคลือบแก้วที่มี Silica ความเข้มข้นสูง ไม่มีสารประกอบอื่นๆเจือปนเท่านั้นดังนั้น ระบบพ่นจึงเป็นที่นิยมมากและถูกพูดถึงมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็น ประเทศต้นกำเนิดเคลือบแก้วรถยนต์และคิดค้นวิธีการพ่นขึ้นมาซึ่งในประเทศไทยได้มีกลุ่มคาร์แคร์คุณภาพนำเข้าเทคนิคการพ่นนี้เข้ามาแล้ว โดยผ่านการยอมรับจาก Japan Quartz Club ประเทศญี่ปุ่นดังนั้น หากพิจารณาเลือกทำเคลือบแก้วให้กับรถที่เรารักสักครั้ง ควรจะพิจารณาตามปัจจัยทั้งหมดที่ได้กล่าวมาครับและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้ ผ่านการรับรองจริงจากองค์กรที่เชื่อถือได้!

X

เคลือบแก้ว ทำแล้วคุ้มหรือไม่ ?

ส่วนรถใครที่มีอายุการใช้งานแล้วอยากจะเคลือบแก้วบ้าง จะทำได้ไหม? น้ำยา เคลือบแก้ว (Glass Coating) จะมีระดับความหนาของชั้นเคลือบที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ระดับ 1-9 H ส่วนมากการเคลือบแก้วก็พัฒนามาจากสาร Silica ครับ ระยะเวลาความคงทนก็ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นเคลือบแก้ว และก็สูตรน้ำยาของแต่ละยี่ห้อนั้นและครับ อีกอย่างก็คือราคาก็จะแตกต่างกันไปแต่ละระดับของความหนานะครับ บางครั้งร้านที่คุณไปใช้บริการเครมว่าของเขาหนาถึงระดับ 9H เวลาเคลือบเสร็จคุณก็ให้ร้านใช้เครื่องมือวัดความหนาของชั้นผิวสีรถให้ดูทั้งก่อนทำและหลังทำได้เลยครับ มาดูประโยชน์ และข้อดีของการ เคลือบแก้ว กันบ้าง แน่นอนทำให้รถคุณเงางามอยู่ตลอดเวลา จะว่าใสเหมือนกระจกเลยก็ดูจะเวอร์ไม่ถึงขนาดนั้นครับ บางครั้งความหนาของชั้นเคลือบแก้วก็ทำให้การตกกระทบของแสงน้อยไปหรือเพี้ยนไปทำให้รถดูไม่ค่อยเงาเหมือนตอนที่ลงเคลือบใหม่ๆ ปกป้องสีรถคุณจากแสงแดดได้ดี เพราะชั้นของการเคลือบหนาขนาดนั้นครับ แดดย่อมเลียผิวสีของรถคุณไม่ถึงอยู่แล้ว รถคุณก็จะยืดระยะเวลาของการเสื่อมสภาพของสีรถไปอีก สีก็จะไม่ค่อยหมองเร็วนั้นแหละครับ เช็ดฝุ่น เช็ดคราบสกปรก คราบไคลน้ำ ออกง่าย ถ้าเคลือบแก้วแล้วคราบต่างๆพวกนี้จะไม่เข้าไปฝังแน่นในชั้นของแล็คเกอร์รถ ทำให้หลุดออกง่ายเวลาทำความสะอาด แต่ไม่ใช่เห็นว่ารถตัวเองเคลือบแก้วมาแล้วปล่อยไว้ก่อนแล้วค่อยล้างทำความสะอาด ไม่ใช่นะครับ คราบสามารถฝังเข้าไปได้เหมือนกัน แต่มันใช้เวลาและยากหน่อยเท่านั้นเอง เพราะน้ำยาเคลือบแก้วไม่ได้แข็งเหมือนแก้วเหมือนกระจกนะครับ เขาพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นของน้ำยาเคลือบด้วย ไม่อย่างนั้นเคลือบไปบนรถก็แตกครับ ป้องกันการเกิดรอยขนแมว รอยขีดข่วน ได้มากกว่าปกติ บางคนเข้าใจผิดว่าไปเคลือบมาแล้ว รถต้องไม่เป็นรอยเวลาโดนเฉี่ยว โดนสะเก็ดหิน หรือกิ่งไม้เกี่ยว มีโอกาสเป็นรอยได้ครับ แต่ยากกว่าปกติมากหน่อยเท่านั้นเองครับ ทางผู้ให้บริการถึงต้องมีเซอร์วิส 2 เดือน  6 เดือน แล้วแต่ให้เข้าไปเช็คสภาพทีนึงไงครับ

X

เคลือบแก้ว (Glass Coating) คืออะไร?

เริ่มจากคำว่า การเคลือบ หรือ Coating หมายถึง การฉาบผิว การห่อหุ้ม

    แก้ว คือ เป็นวัสดุที่เกิดจากการหลอมส่วนผสมของสารอนินทรีย์ที่อุณหภูมิสูงเข้าด้วยกัน เมื่อส่วนประกอบต่างๆ เกิดการหลอมจนเป็นน้ำแก้วที่อยู่ในสถานะของเหลวจะถูกนำไปผ่านกระบวนการขึ้นรูปและทำให้เย็นตัวลงอย่างรวดเร็วเป็นผลให้อะตอมหรือโมเลกุลของแก้วไม่มีเวลาจัดเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบทำให้โครงสร้าง
ซึ่งแก้วก็มีการพัฒนาเรื่อยๆมา อาทิ แก้วเซรามิคซึ่งโดยทั่วไปนั้นทำจาก ซิลิคอนไดออกไซด์ (SiO2-silicon dioxide หรือชื่อเล่นของมันก็ที่เรารู้จักกันก็ “ซิลิก้า”) ซึ่งก็อาจอยู่ในรูปของสารประกอบทางเคมีใน แร่ควอตซ์ ( quartz ) หรือในรูป polycrystalline ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการจัดเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบกว่าและโครงสร้างโมเลกุลจับตัวกันแน่นกว่าทำให้มีความแข็งแรงและยึดเกาะที่สูงกว่าเป็นผลให้แก้วเซรามิค มีความคงทนมากกว่าแก้วทั่วๆไปนั่นเอง ซึ่งบางครั้งในการผลิตแก้วน้ำ, แก้วไวท์, แก้วชนิดต่างๆ ให้มีคุณภาพที่แตกต่างหรือสูงขึ้น ในกระบวนการผลิตอาจมีการเติมวัตถุดิบอื่น ๆ ลงไป เพื่อช่วยปรับคุณสมบัติของแก้ว เช่น เติมตะกั่ว (จากวัตถุดิบเช่น ลิธาจ;Litharge) และกลายเป็น PbO เพื่อให้แก้วหนักขึ้น และได้เนื้อแก้วยืดหยุ่นเหนียวและแวววาว ซึ่งเรียกโดยทั่วไปว่า “แก้วคริสตัล”


    หลังจากได้รู้จักกับความหมายของคำว่า เคลือบ และคำว่า แก้ว แล้วเราคงพอสรุปได้ว่า เคลือบแก้ว นั้นจริงๆ แล้วก็คือ การนำสารเคมีที่ใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตแก้วอย่าง ซิลิก้า  มาใช้เคลือบผิวรถบนชั้นแลคเกอร์ หรือ Clearcoat นั่นเองเพื่อให้ได้คุณสมบัติความแข็งของ Quartz รวมถึงทนเคมีทนความร้อน  และส่วนพวกเคลือบคริสตัล ทั้งหลายก็อาศัยผสมสารต่างๆ ( เช่น ตะกั่ว, ลิธาจ ) เหล่านี้เพิ่มเข้าไปเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็น Crystal coating นั่นเอง  ซึ่งเหล่านี้ก็แล้วแต่ใครจะเอามาทำการตลาดในรูปแบบไหนให้น่าสนใจ ให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการในปัจจุบัน ( พักคำว่า Glass Coating ไว้เท่านี้ก่อนแล้วเดี๋ยวจะมาเล่าต่อว่า ดียังไง ต่างจากเคลือบเซรามิคอย่างไร )

X

ดูแลรักษารถสีดำ ทำอย่างไรให้ดูเข้มอยู่ตลอดเดี๋ยวเราไปชมกัน!

การขัดสีรถสามารถช่วยลดรอยขนแมวได้ด้วยเช่นกัน

 

          รถสีดำถือว่าเป็นอีก1สียอดฮิตที่ได้รับความนิยมจาก บุคคลในหลายๆช่วงอายุ รวมถึงสาวๆหลายคนอีกด้วยเพราะความเชื้อที่ว่ารถสีดำนั้นดูดุ ดูเท่ แต่การใช้รถสีดำนั้นก็มีปัญหาตามมาเช่นกัน ในเรื่องของความเข้มจาง รอยขนแมว ความเงาลดน้อยลง ฝุ่นจับแล้วเห็นได้ง่าย ในวันนี้เราจะมาดูกันว่าการดูแลรักษารถสีดำนั้นมีวิธีไหนบ้าง

 

           วิธีที่1 สำหรับผู้ที่มีงบประมาณสูง การเคลือบแก้วหรือเคลือบฟิล์ม ถือว่าเป็นวิธีที่ดีหากทำตั้งแต่ออกรถป้ายแดง ซึ่งการเคลือแก้วเคลือบฟิล์มนั้นก็มีอยู่หลายราคา หลายคุณภาพซึ่งตรงจุดนี้ก็อยู่ตามงบประมาณของเราเลยแต่อย่าลืมดูเรื่องของเงื่อนไขการรับประกัน หรือคุณสมบัติด้วย


           วิธีที่2 ขึ้นอยู่กำบความขยันก็คือหมั่นทำความสะอาดรถ ซึ่งรถสีดำนั้นเมื่อเวลาที่ฝุ่นปลิวมาเกาะนั้นจะเป็นอะไรที่เห็นชัดอยู่แล้วควรล้างรถบ่อยๆ แต่ข้อควรระวังในการทำความสะอาดห้ามใช้ไม้ขนไก่เพราะอาจจะทำให้เกิดรอยขนแมวขึ้นได้ยิ่งเป็นรถสีดำแล้วยิ่งจะทำให้เห็นรอยชัด


           วิธีที่3 การลงแว็กซ์อย่างสม่ำเสมอ วิธีนี้ถือเป็นอีกวิธีที่ควรทำซึ่งการเคลือบแก้วนั้นอาจจะใช้งบประมาณที่เเพงเกินไป ซึ่งการเคลือบแก้วนั้นก็จะช่วยให้รถเงางามและยังสามารถช่วยลบรอยขนแมวได้เล็กน้อย แต่การลงแว็กซ์นั้นควรเลือกใช้แบบที่ใช้กับรถสีดำเท่านั้นถึงจะเป็นผลได้ดี


การลงWAXที่ใช้เฉพาะรถสีดำนั้นสามารถช่วยให้รถเงางามได้เช่นกัน!

X

รักษาสีรถยนต์ยังไงให้ดูใหม่อยู่เสมอ

ดังนั้นเราจึง ต้องรักษาสภาพสีรถยนต์ของเราให้ดูใหม่ตลอดเวลา  วันนี้เราเลยมีวิธีดูแลรักษาสีรถยนต์ให้ดูใหม่อยู่เสมอมาฝากค่ะ


หลายๆคนอาจจะคิดว่าการดูแลให้สีรถดูเหมือนใหม่อยู่เสมอเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่จริงๆแล้ววิธีดูแลสีรถยนต์ นั้นไม่ได้ยุ่งยากเหมือนที่ทุกคนคิดกัน ทุกวิธีล้วนแต่เป็นวิธีที่ง่ายและเราทุกคนก็สามารถที่จะทำเองได้ที่บ้านด้วย คือ


การล้างรถ


การล้างรถเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษา เพราะการล้างนั้นจะทำการชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บริเวณตัวรถออกไป แต่ก็มีหลายๆคนที่ ล้างรถกันไม่ถูกวิธี  วันนี้เราเลยจะมาบอก วิธีล้างรถอย่างถูกต้อง  มาให้ทุกคนได้รู้กันค่ะ  ซึ่งการการล้างรถให้ถูกวิธีทำได้ง่ายๆ


ล้างรถ


ขั้นตอนการล้างรถอย่างถูกวิธี


1.ตอนฉีดน้ำครั้งแรกต้องเปิดน้ำให้แรงที่สุด เพื่อที่จะให้แรงดันของน้ำขจัดพวกคราบขี้ฝุ่น ขี้ดินหลุดออกไปจากตัวรถ


2.ล้างรถด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาล้างรถ


3.เวลาล้างรถให้ล้างจากส่วนบนลงล่าง โดยใช้ผ้าที่นุ่มๆ และแบ่งผ้าที่ใช้ในการล้างออกเป็น 2 ผืน ด้วยกัน คือ


ผ้าที่ใช้สำหรับล้างส่วนบนของตัวรถ คือ บริเวณหลังคารถ ฝากระโปรงหน้า ฝ่ากระโปรงหลัง และกระจกรถทุกบาน

ผ้าที่ใช้สำหรับล้างส่วนล่างของตัวรถ คือ บริเวณรอบๆตัวรถที่อยู่ด้านล่างของขอบกระจกลงมา

โดยการที่เราแยกผ้าที่ใช่สำหรับการล้างเป็นเพราะว่า บริเวณด้านบนของตัวรถจะมีฝุ่นติดน้อยกว่าบริเวณด้านล่างนั้นเอง


4.ฉีดน้ำไล่แชมพูออกให้หมดหลังจากที่ทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างรถ


5.เช็ดรถให้สะอาด แต่การเช็ดรถหลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองนั้นเช็ดรถถูกหรือผิดวิธี วันนี้เราเลยจะมาแนะนำการเช็ดรถที่ถูกวิธีให้กับทุกคนกันด้วยค่ะ 


ควรเช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าชามัวร์ ในการเช็ดรถ เพราะ ผ้าประเภทนี้จะไม่ทำให้เกิดรอย (แต่ถ้าพึ่งซื้อผ้าชามัวร์มา ให้นำผ้าไปจุ่มน้ำให้ชุ่มน้ำทั้งผืนก่อน เพราะผ้าชามัวร์จะถ้าไม่นำไปจุ่มน้ำมันจะแข็งและจะทำให้รถเป็นรอย)

ต้องเริ่มเช็ดตั้งแต่บริเวณด้านบนก่อน เพื่อให้น้ำหยดลงมายังส่วนล่าง เช็ดจากบนลงล่างนั่นเอง

ส่วนที่ควรเช็ดให้แห้งที่สุด คือ บริเวณด้านในขอบประตู ด้านในกระโปรงหลัง ด้านในฝาถังน้ำมัน กระจกด้านหน้า และบริเวณล้อแม็กซ์ สำหรับบริเวณล้อแม็กซ์ควรจะเช็ดให้สะอาดเพราะถ้าไม่เช็ดจะเป็นคราบแล้วพอทิ้งไว้นานๆก็จะกลายเป็นคราบที่ล้างไม่ออก


ข้อควรระวังเกี่ยวกับการล้างรถ


ไม่ควรล้างรถกลางแดด เพราะการล้างรถกลางแดดจะทำให้รถแห้งเร็วแล้วจะทำให้เกิดคราบที่เป็นรอยน้ำขึ้น

ไม่ควรล้างรถตอนเย็นด้วยตัวเอง เพราะการล้างรถตอนเย็นถ้าเราเช็ดไม่แห้งจะทำให้เกิดสนิมได้

ไม่ควรใช้ฟองน้ำในการล้างรถ เพราะบางทีในฟองน้ำอาจจะมีกรวดทรายฝังอยู่ในฟองน้ำ

ถ้าหากล้างรถโดยถังใส่น้ำ ควรที่จะเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ เพราะอาจมีสิ่งสกปรกที่ผสมอยู่ในน้ำ จนอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้

นอกจากการล้างรถให้ถูกวิธีแล้ว วิธีที่จะทำให้สีรถดูเงาและสวยคือ การขัดเคลือบสี โดยการขัดและเคลือบสีนั้นจะทำแยกส่วนกัน โดยขั้นแรกเราต้องนำรถไปขัดสีก่อนจากนั้นคอยไปเคลือบสีอีกที


การขัดสีคืออะไร


การขัดสี คือ การขัดผิวหน้าของสีหรือแล็คเกอร์ออกไปเพื่อให้สีเรียบเนียนจึงทำให้เกิดความเงางาม ซึ่งเป็นการขัดเพื่อลบรอยขนแมวออกไป (รอยขนแมวเกิดจากการที่เราล้างและเช็ดไม่สะอาด หรือไปโดนคราบยางไม้ ขี้แมลง จนทำให้เกิดรอย) โดยการที่เราขัดผิวหน้าของสีหรือแล็คเกอร์ออกไปจะทำให้ชั้นสีที่เคลือบอยู่บางลง


ขัดสี


การเคลือบสีคืออะไร


เคลือบสี เพื่อให้ผิวที่ถูกขัดออกไปมีความเงางามยิ่งขึ้นและการเคลือบสีจะช่วยปกป้องชั้นสีที่ถูก   ขัดออกไปให้มีความแข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วนมากยิ่งขึ้น และเมื่อเรานำรถไปขัดและเคลือบสีแล้ว เราจะต้องคอยนำรถไปเคลือบซ้ำตามระยะเวลาที่กำหนดมา เพื่อให้ผิวที่ขัดมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน


แต่ว่าเราไม่ควรนำรถไปจัดสีบ่อยในกรณีที่เป็นรถเก่าที่มีการใช้งานมาแล้วหลายปี แต่สำหรับใครที่พอจะมีงบประมาณในการดูแล เรามีเทคโนโลยี การเคลือบแก้ว (Glass coating) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วย ทำให้เกิดความเงางามยาวนานและชวยลดระยะเวลาในการที่จะต้องนำรถไปเข้าศูนย์บริการเคลือบ 


ข้อดีของการเคลือบแก้ว คือ ทำให้ผิวสีมีความแข็งแรงขึ้น ทนต่อรอยการขีดข่วน การเป็นรอยขนแมว และคราบสกปรกอื่นๆเกาะติดได้ยาก การทำความสะอาดง่ายขึ้นแต่มีราคาในการทำค่อนข้างสูงเลยทีเดียว


เป็นยังไงกันบ้างคะกับการดูแลรักษาสีรถยนต์ ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหม? และเพียงเท่านี้สีรถของคุณก็จะดูเงางามเหมือนขับรถใหม่อยู่เสมอ

X

50 เมนู ลดน้ำหนัก พร้อมสูตรและวิธีทำ! ทำง่าย ผอมได้ชัวร์ๆ !

แต่เชื่อว่า ให้คิดเมนูลดน้ำหนักทุกวัน สาวๆ ก็คงคิดกันไม่ออกใช่มั้ยล่ะคะ งานนี้เราจึงมีตัวช่วยมาฝากกัน! เป็นเมนูลดน้ำหนักกว่า 50 เมนูของ คุณฟา เจ้าของเพจชื่อดังอย่าง วิถีคนจะผอม นั่นเอง! ใครอยากลดน้ำหนักได้แบบสาวคนนี้ มาดูเมนูที่เธอทานกันเลยค่า


 สุกี้น้ำ


ไข่ลวกขนมปัง


โจ๊กอกไก่ไข่ขาว


สลัดผักอกไก่ไข่ลวก


อกไก่หมักผงปาปริก้า

 

ผัดกระเพราอกไก่


กราโนล่าโยเกิร์ตกับโฮลวีทปิ้ง


อกไก่ไข่ขาวด้วยไมโคเวฟ


ต้มจืดไก่สับ


ผัดผักอกไก่ไข่ดาวน้ำ


โยเกิร์ตข้าวโอ้ต


กล้วยต้มกับฟักทองนึ่ง


อกไก่หมักซอสมะเขือเทศ


สุกี้เส้นผักอกไก่


สแคมเบิ้ลเอ้กผักสามสี


ทูน่าคอร์นสลัด

 

โจ๊กข้าวไรซ์เบอรี่


ข้าวหน้าไก่ญี่ปุ่น


โยเกิร์ตธัญพืช


ก๋วยเตี๋ยวต้มยำเส้นบะหมี่ผัก


แซลมอนรมควันขนมปังปิ้ง


เมนูเส้นบุกมะโรนีสุกี้


โยเกิร์ตเมล็ดเจีย


ข้าวผัดน้ำพริกปลาทูน่า


ผัดซีอิ๊วอกไก่เส้นหมี่


บะหมี่ผักกิมจิ


พุดดิ้งเมล็ดเจีย


ซุปเต้าหู้ญี่ปุ่น


มักกะโรนีอกไก่

 

โยเกิร์ตผลไม้


เสาวรส ขนมปังปิ้งทาเนยถั่ว


ยำถั่วพูกุ้งลวก (ใช้นมสดแทนกะทิ)


ขนมปังหน้าไข่ดาว


บะหมี่ผักอกไก่


สลัดแซลมอนกุ้งย่าง


ขนมปังโรลกล้วยหอม

 

ร็อตเก็ตสลัดส้มอกไก่


สลัดไข่คนทูน่า


สปาเก็ตตี้โฮลวีท


ผัดคีนัวทูน่าถั่วลันเตา


แกงเห็ดรวมปลาร้า


แซนวิชกราโนล่า


สลัดปลาเส้นทาโร่


เครปเย็นไข่ขาว


เส้นบุกผัดฟักทองไข่

X

10 เส้นทาง Road Trip ชมธรรมชาติสวยในไทย

ซึ่งหลายคนคงหลงใหลการท่องเที่ยวแบบขับรถเที่ยวเองอยู่ไม่น้อย ดังนั้นเราจึงขอเอาใจคนที่ชอบขับรถเที่ยวด้วย 10 เส้นทาง Road Trip ที่ให้คุณสามารถขับรถไปพร้อมชมวิวธรรมชาติสวยๆ ในไทยไปพร้อมๆ กัน เอาเป็นว่าตรงไหนสวยก็หยุดถ่ายรูปกันได้เลย

1. เส้นทางจังหวัดนครราชสีมา


หากพูดถึงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ อันดับหนึ่งคงหนีไม่พ้นเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพราะที่นี่อุดมสมบูรณ์ไปทั้งป่าไม้ ขุนเขา และสัตว์ต่างๆ ซึ่งมีจุดท่องเที่ยวให้ได้แวะเที่ยวและชมความงามของธรรมชาติมากมาย อาทิ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งมีอาณาเขตรอบคลุมถึง 11 อำเภอ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา จ.สระบุรี จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครนายก เป็นเส้นทางที่คุณจะได้ขับรถผ่านไปพร้อมกับการชมวิว ฟังเสียงนก ชมสัตว์ป่าที่อาจจะโผล่มาให้คุณเห็นอย่างไม่ทันตั้งตัว ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เป็นอย่างมาก แต่บอกเลยว่าคุณจะได้ฟินกับธรรมชาติทั้ง 2 ข้างทางเป็นอย่างแน่นอน นอกจากนั้นยังมีน้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวนรก จุดชมวิวผาเดียวดาย อ่างเก็บน้ำสายศร ฯลฯ ที่ให้คุณได้ขับรถไปเที่ยวกัน

โรงแรมและที่พักใน จ.นครราชสีมา


 2. เส้นทางจังหวัดเชียงใหม่ – เชียงดาว – ดอยอ่างขาง – ฝาง


ขึ้นเหนือไปที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแข่งขุนเขา ดอกไม้ และสายหมอก ที่มีเส้นทางธรรมชาติให้เราเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเส้นทางเชียงใหม่ – เชียงดาว – ดอยอ่างขาง – ฝาง เป็นเส้นทางที่คุณสามารถชื่นชมกับธรรมชาติและดอกไม้ได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นที่ถ้ำเชียงดาว ที่มีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขางที่สามารถชมดอกไม้เมืองหนาว สารพัดดอกไม้นานาพันธุ์ แปลงปลูกพืชเกษตร ดอกนางพญาเสือโคร่ง ฯลฯ บ่อน้ำร้อนฝาง สถานที่แช่น้ำพักผ่อนหลังขับรถเที่ยวเป็นเวลานาน เป็นต้น

โรงแรมและที่พักใน จ.เชียงใหม่

 

3. เส้นทางจังหวัดเชียงใหม่ – ปาย- แม่ฮ่องสอน


เส้นทางเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน นี้เป็นเส้นทางที่ทำให้คุณได้เที่ยวธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ อาทิ โป่งเดือดป่าแป๋ ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ, ปาย เมืองแห่งวิถี Slow Life, แม่ฮ่องสอน ที่มีปางอุ๋ง ดินแดนแห่งทิวสนและสายหมอก รวมไปถึงแม่สะเรียงดินแดนแห่งธรรมชาติและมีพระธาตุสี่จอมให้เราได้ไปสักการะด้วย

โรงแรมและที่พักใน จ.แม่ฮ่องสอน

 

4. เส้นทางจังหวัดเชียงราย – ดอยแม่สลอง – ดอยตุง – แม่สาย

 

เชียงราย จังหวัดเหนือสุดของประเทศ ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ และมีเส้นทางการท่องเที่ยวที่ทอดตัวผ่านขุนเขาสลับซับซ้อนอันสวยงามให้เราได้เที่ยวกัน โดยเส้นทางเชียงราย – ดอยแม่สลอง – ดอยตุง – แม่สาย เป็นเส้นทางที่คุณจะได้ชมธรรมชาติ ไร่ชา และความเป็นอยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น ที่ดอยแม่สลอง คุณจะได้ชื่นชมและดื่มด่ำกับไร่ชาอู่หลง ชมดอกนางพญาเสือโคร่งเมื่อถึงช่วงออกดอก แล้วแวะไปเยี่ยมชมความงามของพระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวง ต่อกันด้วยเที่ยวดอยช้างมูบ ที่มีดอกไม้หายากให้ได้ชม รวมถึงกุหลาบพันปีที่จะออกดอกช่วงเดือน ก.พ. ถึง มี.ค.เป็นต้น

โรงแรมและที่พักใน จ.เชียงราย

 

5. เส้นทางเชียงราย – แม่สาย – เชียงของ – ภูชี้ฟ้า

 

เส้นทางนี้ถือว่าเป็นเส้นทางเลียบลำน้ำโขง ที่คุณจะได้ชมความงามทางธรรมชาติทั้งจากแม่สาย, สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างไทย พม่า ลาว, เชียงของ เมืองธรรมชาติริมฝั่งโขง ที่สามารถข้ามไปยังฝั่งลาวได้, อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยที่สุดอีกแห่งในเมืองไทย, ดอยผาหม่น ซึ่งมีดอกลิลลี่ ดอกทิวลิปให้ได้ชมกันในช่วงฤดูหนาว เป็นต้น

โรงแรมและที่พักใน จ.เชียงราย

 

6. เส้นทางจังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์


เส้นทางพิษณุโลก – ภูหินร่องกล้า – เขาค้อ – ทุ่งแสลงหลวง เป็นเส้นทางที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะมีอากาศที่เย็นสบาย เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายจุดให้เราได้แวะเที่ยวกัน อาทิ ลําน้ําเข็ก โดยคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การล่องแก่งสุดมันส์ในช่วงเดือนมิ.ย. – ต.ค. นอกจากนั้นยังมีอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ที่มีทั้งลานหินแตก ลานหินปุ่ม ผาชูธง น้ำตกตาดฟ้า ฯลฯ ให้ได้เที่ยว มีภูทับเบิก ของ จ.เพชรบูรณ์ ยอดเขาสูงที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี และมีแปลงกะหล่ำปลีเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของที่นี่ให้ได้ชม และต่อยาวกันไปเลยที่เขาค้อ และหากใครชอบศึกษาธรรมชาติ เดินป่า ต้องไม่พลาดที่ทุ่งแสลงหลวง

โรงแรมและที่พักใน จ.พิษณุโลก


 7. เส้นทางจังหวัดกาญจนบุรี


เส้นทางกาญจนบุรี – ทองผาภูมิ – สังขละบุรี เป็นเส้นทางที่คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติสวย ลำน้ำใส และวิถีชีวิตของชาวมอญและชาวกะเหรี่ยงไปพร้อมๆ กัน โดยเส้นทางนี้คุณจะได้เที่ยวอุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ที่มีจุดชมวิวเนินเสาธง นอกจากนั้นยังสามารถไปต่อกันได้ที่น้ำตกเกริงกระเวีย สะพานมอญ ฯลฯ

โรงแรมและที่พักใน จ.กาญจนบุรี

 

8. เส้นทางจังหวัดสระบุรีและลพบุรี

 

เส้นทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักและมีธรรมชาติอันสวยงามก็ต้องมีสระบุรี – ลพบุรี อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน ในเฉพาะในช่วงหลักกิโลเมตรที่ 24 – 25 อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี คุณจะได้พบกับต้นกระถินทั้งสองข้างทาง ให้ความรู้สึกเวลาขับรถเหมือนลอดผ่านอุโมงค์ นอกจากนั้นยังมีสถานที่สำคัญทางธรรมชาติให้ได้เที่ยว อาทิ ทุ่งทานตะวัน ที่จะออกดอกในช่วงหน้าหนาว ประมาณเดือน พ.ย. – ธ.ค. อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ไร่องุ่นมวกเหล็ก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฯลฯ


9. เส้นทางจังหวัดอุบลราชธานี

 

จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่มากมายอย่างคาดไม่ถึง เหมาะสำหรับการขับรถเที่ยวเป็นที่สุด ซึ่งเราขอนำเสนอเส้นทางอุบลราชธานี – โขงเจียม – ผาแต้ม – ลานหินทราย เพราะคุณจะได้เที่ยวเขื่อนสิรินธร ที่สามารถนอนแพชิลริมน้ำได้ เที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมากริมน้ำโขง และในช่วงปลายฤดูฝนก็จะมีดอกไม้หายากบานที่นี่ด้วย และที่สำคัญต้องไม่พลาดไปเที่ยวโขงเจียมกับสามพันโบก แกรนด์แคนยอนของเมืองไทย

โรงแรมและที่พักใน จ.อุบลราชธานี

 

10. เส้นทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี


จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาคใต้ ซึ่งเส้นทางสุราษฏร์ธานี – เขาสก – เขื่อนรัชชประภา นั้นบอกเลยว่าคุณจะต้องตกตะลึงในความงามของธรรมชาติและท้องทะเลไทย โดยที่อุทยานแห่งชาติเขาสก เป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติสูง ซึ่งมีพืชพันธุ์หายาก เช่น ดอกบัวผุด ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและหายาก ที่จะออกดอกมาให้เห็นในช่วงหน้าฝน นอกจากนั้นในอุทยานแห่งชาติเขาสกยังมีน้ำตกแม่ยาย และที่ต้องไม่พลาดเลยก็คือรัชชประภาหรือกุ้ยหลินเมืองไทย ที่คุณสามารถนอนชมธรรมชาติท่ามกลางสายน้ำและธรรมชาติอันบริสุทธิ์

โรงแรมและที่พักใน จ.สุราษฎร์ธานี

 

ประเทศไทยมีถนนสวยๆ มากมาย หลายสาย เมืองสวยๆ มากมายหลายเมืองเพื่อนๆ สามารถเลือกที่พักได้ที่ expedia.co.th เลยครับ

ส่วนเพื่อนๆ คนไหนที่จองที่พักเรียบร้อยแล้ว ถ้าพร้อมเดินทางก็อย่างลืมตรวจเช็คประกันรถยนต์ก่อนนะครับ ถ้าเรามีประกันรถยนต์ขณะขับรถ เราก็สามารถขับรถเที่ยวโดยกังวลน้อยลง เพราะว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุใดๆ เราก็อุ่นใจได้ว่าประกันจะมาช่วยดูแลเราคร้าบบบ

X

20 ที่เที่ยวสวยในไทย ที่คนไทยไม่ค่อยไป และยังไม่รู้

 บ้านเราเริ่มมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายหลายที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ มีบางที่ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ หรือบางที่ที่มีมานานแล้ว แต่หลายคนก็ยังไม่เคยได้ไปเที่ยว หรือแทบจะยังไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ วันนี้เราเลยรวบรวม ที่เที่ยวสวยในไทย ที่เราเองอาจจะยังไม่รู้จักกันมากนัก มาแนะนำให้ไปเที่ยวกันค่ะ 


วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์  Unseen ลำปาง 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์  Unseen ลำปาง


อีกหนึ่ง Unseen Thailand ที่ไม่ควรพลาด วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ หรือ วัดพระบาทปู่ผาแดง ในอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ค่ะ


        วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขา หรือดอยปู่ยักษ์ ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท มีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ และมีเจดีย์ตั้งอยู่บนยอดเขาเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น งดงาม และน่าอัศจรรย์ จากด้านบนยังเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะสามารถชมทิวทัศน์ของภูเขาสีเขียวและอำเภอแจ้ห่มแบบกว้างไกล 360 องศาเลยทีเดียว



ทะเลแหวก ยาวที่สุดในทะเลตะวันออก  ระยอง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ทะเลแหวก ยาวที่สุดในทะเลตะวันออก  ระยอง


หลายคนรู้จักทะเลแหวก ที่กระบี่กันอยู่แล้วเป็นอย่างดี แต่รู้ไหมล่ะว่า ทะเลแหวกใกล้ๆ กรุงเทพฯ ที่ระยองก็มีเหมือนกัน ทะเลแหวกที่ยาวที่สุดในทะเลตะวันออกแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เกาะมันใน จ.ระยองค่ะ ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล สามารถเดินถึงกันได้

        ถ้าเช็คช่วงเวลาที่ดีมาก็จะได้เจอกับทะเลแหวก แต่ถ้ามาวันที่เป็นวันน้ำตาย คือ น้ำจะไม่ขึ้น และไม่ลง เราก็จะเห็นทะเลแค่นิดหน่อยเท่านั้น แต่ก็ยังสามารถลงไปเดินตามสันทรายได้ค่ะ มาที่นี่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากเท่าไหร่ แล้วก็ยังได้เที่ยวต่อหลายที่บนเกาะมันในได้อีกด้วยค่ะ

ชมดอกไม้เมืองหนาว บ้านกะเหรี่ยงแก่นมะกรูด  อุทัยธานี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชมดอกไม้เมืองหนาว บ้านกะเหรี่ยงแก่นมะกรูด  อุทัยธานี


       อากาศดีๆ เฉลี่ย 18 องศาเซลเซียส 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ เท่านั้นมีที่นี่ค่ะ อุทัยธานี และนอกจากอากาศเย็นๆ หายใจสบายๆ แบบนี้ ที่นี่ยังมีดอกไม้เมืองหนาวให้เราได้ชมอีกด้วยที่บ้านกระเหรี่ยงแก่นมะกรูด หรือ ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 73 จ.อุทัยธานี เป็นหนึ่งในสี่ของหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงซึ่งตั้งอยู่กลางหุบเขา ใกล้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งค่ะ


         ด้วยความที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 700-1,400 เมตร เท่าๆ กับดอยต่างๆ ของภาคเหนือทำให้ที่นี่มีอากาศเย็นเกือบตลอดปี จึงทำให้ชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่แถบนี้ปลูกดอกไม้เมืองหนาว ไร่กะหล่ำปลี และไร่สตรอเบอร์รี่ เหมือนกับภาคเหนือทีเดียว  


พีระมิด เมืองไทย   อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จันทบุรี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พีระมิด เมืองไทย   อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จันทบุรี


         อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี ภายในอุทยานฯ นอกจากจะมีน้ำตกสวยไหลตลอดทั้งปีแล้ว ยังเป็นจุดที่จารึกประวัติศาสตร์สำคัญของไทยอีกด้วย เพราะเป็นน้ำตกที่รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสถึง 12 ครั้งด้วยกัน


           และทรงโปรดให้สร้าง พีระมิดแห่งความรักเพื่อเป็นที่ระลึกแก่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ซึ่งภายในสถูปบรรจุพระอังคารของพระนางเจ้าฯ อีกด้วย จนชาวบ้านเรียกกันติดปากสืบมาว่า พีระมิดพระนางเรือล่ม ค่ะ ทำให้เกิดเป็นเรื่องเล่าสืบกันมาว่า หากคู่รัก คู่ใดได้มากราบไหว้สักการะพีระมิดแห่งรักนี้ จะสมหวังและเป็นความรักที่มั่นคง


         นอกจากนี้ ที่น้ำตกพลิ้ว แม้ในวันที่ร้อนจัด บริเวณรอบๆ น้ำตกก็ยังสดชื่น ไฮไลท์คือการให้อาหารปลาพลวงหิน ที่มีนับร้อยตัวในแทบทุกชั้นของน้ำตกค่ะ นักท่องเที่ยวจะนิยมซื้อถั่วฝักยาวไปให้ปลาพลวงหิน และว่ายน้ำเล่นกับปลานั่นเอง 



รอยพระพุทธบาทบนยอดเขา 3,790 ขั้น  วัดเขาวงพระจันทร์ ลพบุรี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รอยพระพุทธบาทบนยอดเขา 3,790 ขั้น  วัดเขาวงพระจันทร์ ลพบุรี

               ที่วัดเขาวงพระจันทร์ จ.ลพบุรีนี้ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีรอยพระพุทธบาทให้เราได้กราบไว้บูชากันค่ะ และยังเป็นหนทางที่พิสูจน์พลังศรัทธาอีกด้วย เพราะต้องเดินขึ้นบนยอดเขาไปสักการะพระพุทธบาทด้วยบันไดถึง 3,790 ขั้น แค่คิดก็เหนื่อยมากๆ แล้วค่ะ แต่สำหรับคนใจสู้ ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่น่ามาไม่น้อยไปกว่าที่ไหนเลยทีเดียว


 

ทุ่งดอกไม้ภูอานม้า ท้าลมหนาว  อุบลราชธานี 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


         ขึ้นไปยัง ภูอานม้า ภูหินทรายซึ่งถูกกัดเซาะด้วยน้ำด้วยลมเป็นเวลาหลายล้านปี จนเกิดเป็นเสาหินรูปอานม้า ตั้งสูงเด่นกลางลานหิน เป็นที่มาของชื่อภูอานม้านั่นเอง


      นอกจากหินรูปอานม้าและรอยเกวียนแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ ทุ่งดอกไม้ป่าหลายชนิดซึ่งจะพร้อมใจกันบานสะพรั่งเป็นทุ่ง ชูช่อเอนไหวรับลมหนาวที่พัดมาไม่ขาดสาย มีทั้งดอกหญ้า ดอกไม้ดิน ดอกดุสิตา ดอกสร้อยสุวรรณา ดอกทิพย์เกสร ดอกสรัสจัทร ดอกหญ้าดาว สวยงามทีเดียวค่ะ


 

 อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย  สุโขทัย 

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย  สุโขทัย

         อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย เดิมชื่อ ป่าคา หมายถึงป่าคาหลวง หรือสันกลางแม่วังช้าง ตั้งอยู่ที่บ้านป่าคา จังหวัดสุโขทัย มีโบราณสถานสวยงามตามแบบสุโขทัยที่ครบถ้วนสมบูรณ์ คนที่ชอบท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และชบโบราณสถาน ที่นี่เป็นอีกที่ที่พลาดไม่ได้ค่ะ 




The Little Garden วังน้ำเขียว  ที่เที่ยวใหม่หน้าหนาว ถ่ายรูปฮิปๆ ในทุ่งดอกไม้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ The Little Garden วังน้ำเขียว  ที่เที่ยวใหม่หน้าหนาว ถ่ายรูปฮิปๆ ในทุ่งดอกไม้


        The Little Garden วังน้ำเขียว แหล่งท่องเที่ยวใหม่ พร้อมทุ่งดอกไม้ ให้เหล่าสายชิลล์ได้ไปเช็คอินกัน ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนพื้นที่ 12 ไร่ ค่ะ มีนวัตกรรมเชิงเกษตรให้เดินเที่ยวชม และถ่ายรูปเล่นได้สบายใจ มีหลายโซนด้วยกัน 


 

สโตนเฮนจ์เมืองไทย มอหินขาว  ชัยภูมิ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สโตนเฮนจ์เมืองไทย มอหินขาว  ชัยภูมิ


        มอหินขาว เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งที่ถือว่ามีความงดงามทางธรรมชาติ แท่งหินทรายสีขาวกลางทุ่งหญ้าในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคานี้ หลายคนต่างพากันไปเปรียบกับสโตนเฮนจ์ของประเทศอังกฤษค่ะ



บ้านแมวไทยโบราณ อัมพวา   สมุทรสงคราม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บ้านแมวไทยโบราณ อัมพวา   สมุทรสงคราม


        เอาใจคนรักสัตว์กันบ้าง วันนี้เลยจะพามาเที่ยวที่บ้านแมวไทย หรือ บ้านแมวไทยโบราณ ที่อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ที่นี่เป็นสถานที่อนุรักษ์พันธุ์แมวไทยโบราณค่ะ บางพันธุ์ขอบอกว่า หายากมากๆ เกือบสูญพันธุ์ไปแล้วก็ว่าได้ ถ้าคุณเป็นคนรักแมวรับรองว่าต้องถูกใจแน่ถ้ามาเที่ยวที่นี่ เพราะเจ้าเหมียวทั้งหลายนั้นเป็นสายพันธุ์โบราณที่ยังมีเพาะพันธุ์อยู่ที่นี่เท่านั้น และ นอกจากนั้นยังมีข้อมูลของแมวไทยพันธุ์ต่างๆ ที่สูญพันธุ์ไปแล้วไว้ให้ศึกษาอีกด้วย



ท่องป่าดึกดำบรรพ์ หุบป่าตาด  อุทัยธานี  Hup Pa Tat

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ท่องป่าดึกดำบรรพ์ หุบป่าตาด  อุทัยธานี  Hup Pa Tat


       หุบป่าตาด นับเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว unseen in Thailand เลยก็ว่าได้ ด้วยความดึกดำบรรพ์ของป่า ที่ทำให้รู้สึกเหมือนจะมีไดโนเสาร์โผล่ออกมาได้ตลอดเวลา ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งนางาม ในจังหวัดอุทัยธานีค่ะ 



        ถ้ำที่เป็นทางเดินเข้าหุบป่าตาดนั้นมืดสนิท เดินไม่นานจะถึงบริเวณปล่องขนาดใหญ่ที่แสงส่องลงมาได้ และจะพบป่าตาด ให้ความรู้สึกเหมือนว่าได้มาอยู่ในโลกยุคดึกดำบรรพ์ นอกจากต้นตาดแล้วที่นี่ยังพบไม้หายากพันธุ์อื่นๆ อีกด้วย 



ตลาดโก้งโค้ง ตลาดโบราณ บ้านแสงโสม  พระนครศรีอยุธยา



       ด้วยความที่พระนครศรีอยุธยา เคยเป็นราชธานีเก่าของบ้านเรา และยังมีประวัติศาสตร์อันยาวนานถึง 417 ปี ทำให้มีสถานที่ในความทรงจำของคนหลายชั่วอายุคนสืบต่อกันมามากมาย รวมถึงที่นี่


         ตลาดโก้งโค้ง  ซึ่งที่มาของตลาดโก้งโค้งนั้นก็น่ารักแบบไทยๆ เรา มาจากตลาดในสมัยโบราณที่พ่อค้าแม่ค้าจะนั่งขายสินค้าอยู่บนพื้น คนที่มาซื้อของก็จะต้องโก้งโค้งเพื่อเลือกดูของนั่นเอง และจนถึงทุกวันนี้ตลาดโก้งโค้ง ก็ยังมีอยู่ที่นี่ บริเวณบ้านแสงโสม ตำบลขนอนหลวงค่ะ


 

แพหอยนางรม อ่าวท่าโสม  ตราด


        บ้านหอยนางรม แห่งนี้อยู่ที่  บ้านท่าโสม จ.ตราดค่ะ  เราสามารถไปดูแพหอยนางรมสดๆ ได้ถึงกลางทะเลตราดโดยการลงเรือล่องฝ่าป่าชายเลนออกไปกลางทะเลเพื่อไปถึงแพหอยนางรมของชาวบ้านนั่นเอง



        คุณลุงเจ้าของแพเล่าให้ฟังว่า ถ้าขายทั้งเปลือกแบบนี้จะตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 9 บาทค่ะ แต่ถ้าหอยนางรมที่แกะเปลือกแล้วจะอยู่ที่ 200-300 บาทต่อกิโลกรัม แต่ถ้าฤดูไหนหายากก็จะราคาแพงขึ้นไปอีกหน่อยค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าใครได้มาที่นี่รับประกันความสดได้เลยร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม


 

วัดถ้ำเขาวง วัดสวยท่ามกลางขุนเขา  อุทัยธานี 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

        ดูเผินๆ ภายนอกจะเห็นเป็นเรือนไม้ขนาดใหญ่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน เหมือนเป็นรีสอร์ทสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศกำลังเย็นสบายๆ ของหน้าหนาว แต่ที่จริงแล้ว ที่นี่คือ วัดถ้ำ

X

เคลือบเซรามิค (Ceramic Coating) คืออะไร?

เคลือบเซรามิค (Ceramic Coating) คืออะไร?

เคลือบเซรามิค บางท่านอาจจะยังงงกับเคลือบแก้วอยู่เลย หรือหลายๆท่านคงสงสัย ว่า เคลือบเซรามิค คืออะไร มีเคลือบแก้วแล้ว ทำไมต้องมีเคลือบเซรามิค มันจะดีกว่า หรือเจ๋งกว่าเคลือบแก้วไหม?

เบื้องต้นเราคงต้องมารู้จักกับนิยามของคำว่า เซรามิค กันก่อน!!! เซรามิค คือ วัสดุอนินทรีย์ ( Inorganic Materials ) ซึ่งประกอบด้วยธาตุโลหะและอโลหะมารวมตัวกัน และมีการจับตัวกันด้วยพันธะไอออนิก/โควาเลนต์ ซึ่งมีคุณสมบัติ ความแข็งสูง จุดหลอมเหลวสูง และมักนำไฟฟ้าได้ไม่ดี หรือบางครั้งไม่นำไฟฟ้า

ประเภทของเซรามิค แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1.เซรามิคดั้งเดิม ( Traditional Ceramics ) เช่น ดินเหนียว (Clay), ซิลิก้า ( SiO2), เฟล์ดสปาร์ (Feldspar-แร่ฟันม้า)

2.เซรามิคทางวิศวกรรม ( Engineering Ceramics/Advance Ceramics ) เช่น Al2O3 (อลูมิเนียมอ๊อกไซด์), SiC ( ซิลิกอน คาร์บายด์), Si3N4 (ซิลิกอนไนตริก)

ซึ่งคุณสมบัติของเซรามิคชนิดต่างๆไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม เซรามิคดั้งเดิม หรือเซรามิคทางวิศวกรรม ก็ล้วนมีคุณสมบัติเฉพาะ อาทิ เช่น

  • Silicon nitride(Si3N4): สมบัติดีทั้งด้านการทน ความร้อน ความแข็งและความแกร่ง ใช้ทํา อุปกรณ์ตัด ลูกกล้ิงแบบลดแรงเสียดทาน บอลแบริ่ง อุปกรณ์หัวจุด ชิ้นส่วนเครื่องยนต์
  • Silica (SiO2) : ทนต่อความร้อนได้ปานกลาง แข็ง เปราะ ทนต่อการสึกกร่อน ทนต่อ Creep ได้ดี
  • Silicon Carbide : ทนความร้อนสูงมากความแข็งสูง เฉื่อยต่อ ปฏิกิริยาเคมีและทนความคืบสูงมักใช้ในงานเคมี หัวฉีด งานทนต่อการสึก กร่อน งานทนต่อความร้อน (และความคืบ) เช่น เครื่องยนต์ที่รับแรงเสียดทานความร้อนสูง, ยานอวกาศ, หรือแม้กระทั่งเพชรสังเคราะห์ ( โมซาไนท์ )
X

ข้อห้าม-ขั้นตอน-วิธีการเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์วันถวายพระเพลิง

  วันที่ 4 ตุลาคม 2560 ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เวลา 14.00 น. นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นประธานแถลงข่าวรายละเอียดในการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เข้าร่วมถวายดอกไม้จันทน์ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 



นายออมสิน กล่าวว่า ในห้วงเดือนตุลาคม 2560 สถานีวิทยุทุกสถานีจะมีการปรับหน้าจอโทรทัศน์ ดังนี้ 


        - วันที่ 1-12 ตุลาคม 2560 จะเริ่มปรับโทนสีองค์ประกอบฉากและการแต่งกาย


        - ‎วันที่ 13-24 ตุลาคม 2560 จะนำเสนอรายการพิเศษที่มีเนื้อหาแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ลดรายการบันเทิง ตลก โดยในวันที่ 13 ตุลาคม จะมีการจัดรายการพิเศษเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต


        - วันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ถ่ายทอดโดยการรับสัญญาณถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีก่อนล่วงหน้า 1 ชั่วโมง 


        โดยในช่วงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ คือวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย จัดถ่ายทอดสดภาพและเสียงตลอดงาน พร้อมส่งสัญญาณเผยแพร่ไปยัง 177 ประเทศทั่วโลก 


        นอกจากนี้ช่วงวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จะมีการจัดการจราจรของถนนราชดำเนินออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่


        ส่วนที่ 1 ถนนราชดำเนินช่องกลางที่เข้าสู่พระราชพิธี จะถูกแบ่งเป็นเส้นทางเสด็จ 


        ส่วนที่ 2 ถนนราชดำเนินฝั่งขวา เป็นเส้นทางสำหรับประชาชน แต่ไม่สามารถเข้าถึงบริเวณท้องสนามหลวงได้ 


        ส่วนที่ 3 ถนนราชดำเนินฝั่งซ้าย เป็นเส้นทางสำหรับกรณีพิเศษ


 ข้อห้าม-ขั้นตอน-วิธีการเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์วันถวายพระเพลิง 


สำหรับกรณีเรื่องจิตอาสาเฉพาะกิจในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จะมีอยู่ด้วยกัน 8 ด้าน คือ


        1. งานดอกไม้จันทน์

        2. ‎งานโยธา

        3. ‎งานขนส่งเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

        4. ‎งานบริการประชาชน

        5. ‎งานการแพทย์

        6. ‎งานรักษาความปลอดภัย

        7. ‎งานจราจร

        8. ‎งานประชาสัมพันธ์


        รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุอีกว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ และมีการถ่ายทอดสดตามเวลาจริง โดยร่วมมือกับบริษัทจอแอลอีดีรับสัญญาณถ่ายทอดสดเสมือนอยู่ร่วมพิธีจริง เนื่องจากในวันงานอาจมีการปิดถนนจำนวนหลายเส้นทางอาจทำให้ประชาชนเกิดความไม่สะดวกในการเดินทาง 


        สำหรับขั้นตอนและวิธีการในการเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ จะมีเจ้าหน้าที่บริการประจำจุดทางเข้าซุ้มถวายดอกไม้จันทน์คอยส่งดอกไม้จันทน์ให้กับประชาชน และเมื่อยืนประจำจุดวางดอกไม้จันทน์เจ้าหน้าที่จะประกาศให้วางดอกไม้จันทน์ จากนั้นผู้เข้าถวายดอกไม้จันทน์ ถวายคำนับ และวางดอกไม้จันทร์ที่พาน จากนั้นถวายคำนับอีกครั้งก่อนเดินไปยังบริเวณทางออก (ส่วนบริเวณวัดเมื่อถวายคำนับครั้งที่ 2 แล้วจะแยกเป็นสองแถวเดินออกบริเวณทางออกซ้ายและขวา) และผู้ที่เข้าร่วมจะได้รับแผ่นพับพระราชประวัติ/หนังสือที่ระลึก


        ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้าไปร่วมงานควรวางแผนการเดินทางและจัดสรรเวลา เนื่องจากมีการปิดการจราจรหลายจุด โดยจะเริ่มมีการเปิดให้ประชาชนเริ่มถวายดอกไม้จันทน์ได้ทุกพระเมรุมาศจำลองในกรุงเทพฯ ทั้ง 9  แห่ง และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์รอบกรุงเทพฯ ตามวัดต่าง ๆ 50 เขต รวม 113 ซุ้ม โดยจะเริ่มถวายดอกไม้จันทน์เวลา 19.00 น. ยกเว้นพระเมรุมาศบริเวณสวนนาคราภิรมย์เริ่มเวลา 13.00 น. โดยการแต่งกายจะต้องแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์เหมือนการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และขอให้หลีกเลี่ยงการใช้รถส่วนตัวและควรหลีกเลี่ยงเส้นทางทุกเส้นทางที่จะพาดผ่านบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง


        นอกจากนี้หลังงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ แล้ว สำนักพระราชวังยังได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ชื่นชมพระเมรุมาศและนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจตั้งแต่วันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2560

X

คำแนะนำการเดินทางเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9

วันที่ 26 ตุลาคม 2560 นับได้ว่าเป็นวันสำคัญยิ่ง ด้วยเพราะประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างพร้อมใจกันเดินทางไปร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ท้องสนามหลวง และบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้ในส่วนของภาครัฐและเอกชน ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชน ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างเต็มที่ ตั้งแต่วันที่ 25-27 ตุลาคม 2560 ดังนี้

"รถไฟฟ้าบีทีเอส"

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


 พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9

          - ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 รถไฟฟ้าบีทีเอสจะให้บริการฟรีตลอดสาย (ตั้งแต่สถานีหมอชิต-สถานีสำโรง และสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สถานีบางหว้า)

          - ในวันที่ 25 และ 27 ตุลาคม 2560 จะให้บริการฟรีเฉพาะในส่วนต่อขยาย ได้แก่ ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท จากสถานีอ่อนนุช-สถานีสำโรง และส่วนต่อขยายสายสีลม จากสถานีวงเวียนใหญ่-สถานีบางหว้า

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก รถไฟฟ้าบีทีเอส หรือ โทรศัพท์ 02 617 6000


เรือโดยสารสาธารณะ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


 พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9

          - ในวันที่ 25-27 ตุลาคม 2560 จะให้บริการฟรีตลอดทั้งวัน ได้แก่ เรือโดยสารคลองผดุงกรุงเกษม ตั้งแต่สถานีหัวลำโพง-ตลาดเทวราช เรือโดยสารคลองภาษีเจริญ จากท่าเรือเพชรเกษม 69-ประตูน้ำภาษีเจริญ

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก กรมเจ้าท่า


รถประจำทางบีอาร์ที

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รถประจำทางบีอาร์ที


 พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9

          ในวันที่ 25-27 ตุลาคม 2560 จะให้บริการฟรีตลอดทั้งวัน จากสถานีสาทร-สถานีราชพฤกษ์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางมาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์บริเวณพระเมรุมาศจำลอง ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ และสถานที่จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ตามวัดต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อร่วมกันแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้


          สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Bangkok BRT


แอร์พอร์ต เรล ลิงก์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์


พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9

          ในวันที่ 25-27 ตุลาคม 2560 จะให้บริการฟรีตลอดทั้งวัน พร้อมเปิดเดินรถถึงเวลา 02.00 น. ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 โดยมีการจัดเตรียมขบวนรถไฟฟ้าไว้ให้บริการแก่ผู้โดยสารเต็มอัตรา และจะมีรถให้บริการทุก 10 นาที ตลอดทั้ง 3 วัน สำหรับในกรณีที่มีผู้โดยสารใช้บริการหนาแน่น ได้เตรียมขบวนรถไฟฟ้าเสริมไว้เพื่อให้สามารถรองรับการใช้บริการของประชาชนอย่างเต็มที่

         ข้อมูลการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์, เส้นทางจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ จุดจอดรถ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Airport Rail Link หรือ โทรศัพท์ 1690


ท่าอากาศสุวรรณภูมิ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ


พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9

         ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยกเว้นค่าจอดรถยนต์ ระหว่างวันที่ 19-30 ตุลาคม 2560 สำหรับบุคคลที่เดินทางร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 

          สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ท่าอากาศยานไทย โทรศัพท์ 1722 หรือ เฟซบุ๊ก AOT Official และ เว็บไซต์ airportthai.co.th


องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

       

พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9

 ขสมก. จัดรถบริการฟรีในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ระหว่างวันที่ 23-31 ตุลาคม 2560 รถเส้นทางปกติ เฉพาะรถโดยสารให้บริการฟรีให้บริการระหว่างเวลา 04.30-24.00 น., รถ Shuttle Bus ให้บริการระหว่างเวลา 05.00-24.00 น. รวม 46 เส้นทาง (***เฉพาะวันที่ 26 ตุลาคม 2560 รถเมล์ทั้ง 46 สาย วิ่งตลอด 24 ชั่วโมง)


Shuttle Bus เชื่อมต่อการเดินทางถึงพระราชพิธี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Shuttle Bus


         พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9

ศูนย์การค้าโชว์ ดีซี ร่วมกับ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข), การบินไทย ไทยสมายล์ และบีอีซี เทโร ร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลจัดรถรับ-ส่ง (Shuttle bus) ฟรี เพื่อบริการประชาชนที่จะเดินทางไปยังบริเวณงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 25-30 ตุลาคม 2560 โดยมีรายละเอียดการให้บริการ ดังนี้

 1.ฟรี รถรับ-ส่ง จากโชว์ ดีซี วันที่ 25 และ 27 ตุลาคม 2560

         - รถจากสถานีมักกะสันไปโชว์ ดีซี ระหว่างเวลา 07.30-18.30 น.

         - รถจากโชว์ ดีซี ไปบริเวณงานพระราชพิธี ระหว่างเวลา 08.00-19.00 น.

         - รถเที่ยวสุดท้ายออกจากบริเวณงานพระราชพิธี เวลา 20.00 น.

         2.ฟรี รถรับ-ส่ง จากโชว์ ดีซี วันที่ 26 ตุลาคม 2560

         - รถจากสถานีมักกะสันไปโชว์ ดีซี ระหว่างเวลา 6.30-22.00  น.

         - รถจากโชว์ ดีซี ไปบริเวณงานพระราชพิธี ระหว่างเวลา 04.00-23.00 น.

         - รถเที่ยวสุดท้ายออกจากบริเวณงานพระราชพิธี เวลา 01.00 น. (27 ต.ค. 60)

         3.ฟรี รถรับ-ส่ง จากโชว์ ดีซี วันที่ 28-30 ตุลาคม 60

         - รถจากสถานีมักกะสันไปโชว์ ดีซี ระหว่างเวลา 10.15-18.30 น.

         - รถจากโชว์ ดีซี ไปบริเวณงานพระราชพิธี ระหว่างเวลา 08.00-19:00 น.

         - รถเที่ยวสุดท้ายออกจากบริเวณงานพระราชพิธี เวลา 20.00 น.


         ทั้งนี้ ประชาชนผู้มีความประสงค์จะเดินทาง สามารถขึ้นรถได้ตามสถานที่นัดหมายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถสอบถามรายละเอียดตารางการเดินทางรถรับ-ส่ง (Shuttle bus) ฟรี โทร. 064-180-8696 หรือ เว็บไซต์ showdc.co.th และ เฟซบุ๊ก SHOW DC


          รวมถึงยังการให้บริการรถ Shuttle Bus อในเส้นทางอื่น ๆ ทั้งจากสนามบินดอนเมือง, สนามบินสุวรรณภูมิ, สถานีขนส่งหมอชิต 2, สถานีหัวลำโพง, สถานีขนส่งสายใต้ และสถานีขนส่งเอกมัย


          สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถนำรถไปจอดตามจุดให้บริการต่าง ๆ ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต (บางใหญ่), พุทธมณฑลสาย 4, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, สถานีขนส่งหมอชิต 2, สนามม้านางเลิ้ง, สนามบินดอนเมือง, เมืองทองธานี, เมกะบางนา, แอร์พอร์ต เรลล์ ลิงก์ สถานีมักกะสัน, ไบเทค บางนา, ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ, สนามบินสุวรรณภูมิ, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, สโมสรตำรวจ, สนามกีฬาธูปะเตมีย์, หัวลำโพง, สถานีขนส่งเอกมัย, วงเวียนใหญ่ และเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 เป็นต้น

          สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน ขสมก. โทรศัพท์ 1348 หรือสายด่วนศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทรศัพท์ 1356

สถานที่จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

          ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 กรุงเทพฯ มีพระเมรุมาศจำลอง จำนวน 9 แห่ง, ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดใหญ่ จำนวน 16 ซุ้ม, ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดกลาง จำนวน 26 ซุ้ม และสถานที่จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ตามวัดต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 50 เขต รวมจำนวน 62 แห่ง


เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางร่วมพระราชพิธี

          - เตรียมร่างกายให้พร้อม เช่น นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารเช้ามาให้เรียบร้อย เป็นต้น

          - เตรียมอุปกรณ์จำเป็นส่วนตัวมาให้พร้อม เช่น ร่ม น้ำดื่ม และยารักษาโรคประจำตัว เป็นต้น

          - สวมใส่เครื่องแต่งกายที่เหมาะสม เช่น ชุดสุภาพสีดำ, รองเท้าสีดำ (ควรเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบาย)

          - ศึกษาขั้นตอนการเดินทางมาอย่างรัดกุม

          - ในกรณีที่นำเด็กไปด้วย ให้ผู้ปกครองเขียนชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ พกติดตัวเด็กเอาไว้ให้เรียบร้อย


ที่พักรอบบริเวณสนามหลวงและใกล้เคียง

          สำหรับประชานที่เดินทางมาจากกต่างจังหวัด สามารถเข้าพักบริการที่พักบริเวณสนามหลวงและใกล้เคียง ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายสไตล์และราคา ดูเพิ่มเติมได้ที่ "15 ที่พักใกล้สนามหลวง เดินทางสะดวก ของดีต้องบอกต่อ" หรือจะเป็นย่านอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ "9 ที่พักกรุงเทพฯ นอนชิลสบาย ๆ ดีไซน์เก๋โดนใจ" 

          หรือแวะหาร้านอร่อย ๆ ทาน ก็มีให้เลือกหลากหลายเช่นกัน ดูเพิ่มเติมได้ที่ "10 ร้านอาหารและขนมรอบสนามหลวง ความอร่อยที่บอกต่อรุ่นสู่รุ่น" หรือจะเป็นย่านถนนพระอาทิตย์ "9 ร้านอร่อยย่านถนนพระอาทิตย์ เด็ดและโดนแบบนี้ มีหรือจะพลาด"


เบอร์โทรศัพท์ติดต่อประสานงานในพื้นที่รอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวง

          - สอบถามการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และข้อมูลต่าง ๆ ในบริเวณโดยรอบสนามหลวง

          - กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) โทรศัพท์ 1899 หรือ 02 226 6801

          - กองประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 1555 หรือ 02 225 7612-4

          - สอบถามเรื่องการแต่งกายเพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

          - สายด่วนวัฒนธรรม โทรศัพท์ 1765

          - สอบถามการเดินทาง


          +++ สายด่วน ขสมก. โทรศัพท์ 134

          - ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน

          +++ ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 1646 หรือ 02 622 9265 โทรสาร 02 226 0248

 +++ ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร (Volunteers for Dad) โทรศัพท์ 091 814 2076 หรือ 095 479 7034 หรือ 02 613 3908

          เหล่านี้เป็นคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับการเดินทางร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อเป็นประวัติศาสตร์ความทรงจำ อย่างน้อยก็เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่ประชาชนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะทำได้เพื่อพ่อหลวง อย่างไรก็อย่าลืมปฏิบัติตามกฎและระเบียบต่าง ๆ ด้วยนะคะ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของทุกฝ่าย

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง ข้อมูล ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2560

X

เกร็ดความรู้ก่อนตัดสินใจทำเคลือบแก้ว

เคลือบแก้วมีแทบทุกที่ ?

เนื่องจากในปัจจุบัน มีบริการเคลือบแก้วรถยนต์อยู่แทบทุกมุมเมือง โดยเฉพาะในเคลือบแก้วในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ๆ ก็มีร้านให้บริการเคลือบแก้วรถยนต์อยู่ไม่ต่ำกว่าหลักร้อยถึงพันแห่ง


อะไรคือความแตกต่าง ?

ความแตกต่างของเคลือบแก้วที่แท้จริง คงมีอยู่หลากหลายมิติ แต่หลักๆแล้วเราควรจะเลือกเคลือบแก้วจากปัจจัยใดบ้าง


ปัจจัยข้อ 1 ราคาเคลือบแก้ว ถูกและดีจริงหรือไม่ ?

เป็นเรื่องที่ชวนคิด เนื่องจากราคาของเคลือบแก้วปัจจุบันมีตั้งแต่ราคาหลักพัน ถึงหลักหมื่น จนถึงแสนอะไรคือราคาที่แท้จริง ถูกเกินไป หรือ แพงเกินไป จะน่าเชื่อถือหรือไม่ การใช้ราคาเป็นเกณฑ์ตัดสินคงไม่ใช่คำตอบที่ดีนักเนื่องจากก่อนที่เราจะตัดสินใจ ควรพิจารณาเรื่องคุณภาพ ความคงทนของเคลือบแก้ว และการบริการก่อนและหลังการขายควบคู่กันไปเพราะราคาที่ถูกที่สุด ไม่ได้แปลว่าจะได้ของดีที่สุดเสมอไป ควรจะเลือกเคลือบแก้วที่คุ้มค่าอยู่ได้คงทน ไม่ต้องเสียเงินบ่อยๆ


ปัจจัยข้อ 2 คุณภาพของเคลือบแก้วแท้ๆ (Si)

จึงเป็นสิ่งที่ต้องนึกถึง และคุณภาพของเคลือบแก้ววัดได้จากอะไรบ้าง อะไรคือเคลือบแก้วแท้ หรือ เคลือบแก้วผสมซึ่งมีมูลค่าและคุณค่าของตนตัวเองต้นกำเนิดของเคลือบแก้วแท้ๆ ที่จริงแล้วถูกผลิตขึ้นมาจาก สารซีลีก้า Si โดยปัจจุบัน ค่าความแข็งสูงสุดของเคลือบแก้วซีลีก้าแท้ที่ผลิตได้จริง อยู่ที่ระดับ 9H ความแข็ง คือ สิ่งที่สำคัญมากกว่าความหนาของไมครอนเคลือบแก้วระดับ 9H จัดเป็นระดับพรีเมียมเกรดที่ทางองค์กรในประเทศญี่ปุ่น Japan Quartz Club ซึ่งเป็นต้นกำเนิดเคลือบแก้วให้การรับรองคุณภาพนั้นหมายความว่า หากเราเลือกเคลือบแก้วผสม เราอาาจะต้องเสียทำเงินเคลือบแก้วบ่อยๆ เพราะมีการเกาะติดของสารซีลีก้าในปริมาณต่ำถึงแม้จะเคลือบให้มีความหนาหลายชั้นเป็น สิบๆไมครอน ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ถึงแม้จะมีราคาถูก ก็เปรียบเหมือนทองคำที่ถูกชุบ เพราะเนื้อในยังคงมีสารประกอบอื่นๆเจืออยู่นั่นเอง


ปัจจัยข้อ 3 วิธีการทำเคลือบแก้ว และ เทคนิคใหม่ๆ

ถึงแม้จะเลือกเคลือบแก้วแท้ๆ ที่มีการผลิตมาจากสารซีลีก้า Si เข้มข้น แต่ในตลาดยังมีอยู่มากมายดังนั้นการเคลือบแก้วที่ให้ผลดี ควรจะพิจารณาจากเทคนิคการส่งผ่านสารซีลีก้าที่ดีด้วยเช่นกันซึ่งขั้นตอนวิธีการทำเคลือบแก้วในปัจจุบันนั้นด้วยกันอยู่ 2 ระบบ ได้แก่


1 ระบบทาด้วยมือ (Hand made) ซึ่งเป็นการทาสารประกอบซีลีก้า Si ลงบนชั้นผิวสีรถยนต์ด้วยฟองน้ำ ให้เกิดเป็นสาร SiO2ซึ่งเป็นเทคนิคที่คาร์แคร์โดยทั่วไปเลือกใช้ เนื่องจากไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ และสามารถเลือกทำได้กับน้ำยาซีลีก้าทุกเกรดดังนั้นคุณภาพของเคลือบแก้ว จึงขึ้นอยู่กับโครงสร้างของน้ำยาซีลีก้า และความปราณีตและความละเอียดอ่อนของช่างซึ่งต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ถึงจะทำให้งานทาเคลือบแก้วนั้นเปี่ยมไปด้วยคุณภาพเพราะหากทาไม่ดีแล้ว โอกาสที่น้ำยาซีลีก้าใสๆ จะกระจายตัวปกป้องผิวรถทั้งคัน คงเป็นไปได้ยากและมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแล้ว


2 เคลือบแก้วระบบพ่น หรือ เรียกว่า Quartz Glass Coating ซึ่งเป็นเทคนิคการเคลือบแก้วขั้นสูง ทำได้เฉพาะกับเคลือบแก้วที่ให้ค่าความแข็งระดับ 9 H เท่านั้นเนื่องจากเทคนิคการพ่น จะช่วยส่งผ่านสารซีลีก้า ให้เกิดประจุซีลีก้า Sio2 ตามธรรมชาติ เปรียบได้ดังแร่ Quartz หรือผลึกแก้วที่แข็งกว่าแก้วทั่วไปซึ่งเทคนิคการพ่นจะใช้ได้เฉพาะกับ สารเคลือบแก้วที่มี Silica ความเข้มข้นสูง ไม่มีสารประกอบอื่นๆเจือปนเท่านั้นดังนั้น ระบบพ่นจึงเป็นที่นิยมมากและถูกพูดถึงมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็น ประเทศต้นกำเนิดเคลือบแก้วรถยนต์และคิดค้นวิธีการพ่นขึ้นมาซึ่งในประเทศไทยได้มีกลุ่มคาร์แคร์คุณภาพนำเข้าเทคนิคการพ่นนี้เข้ามาแล้ว โดยผ่านการยอมรับจาก Japan Quartz Club ประเทศญี่ปุ่นดังนั้น หากพิจารณาเลือกทำเคลือบแก้วให้กับรถที่เรารักสักครั้ง ควรจะพิจารณาตามปัจจัยทั้งหมดที่ได้กล่าวมาครับและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้ ผ่านการรับรองจริงจากองค์กรที่เชื่อถือได้!

X

15 อาหารคลีน เมนูเพื่อสุขภาพ ช่วยควบคุมน้ำหนัก15 อาหารคลีน

เมนูอาหารคลีน สุดยอดเมนูอาหาร เพื่อคนรักสุขภาพ ทำง่าย อร่อย อิ่มนาน 

ช่วงนี้ กระแสของการรับประทาน อาหารคลีน จะไม่ได้นิยมกระฉ่อนเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ก็นับว่าเป็นเทรนด์สำคัญสำหรับคนที่รักสุภาพ อยากดูแลรูปร่างให้ดูดี เพราะการออกกำลังกายอาจไม่ใช่ทางออกเดียวที่จะทำให้เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ประสบความสำเร็จ แต่อาหารก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะออกกำลังกายอย่างหนักแต่หากไม่รับประทานอย่างระมัดระวังก็จะต้องกลับไปอ้วนเหมือนเดิม วันนี้เราก็มีเมนูอาหารคลีนที่น่าสนใจรสชาติอร่อยมาฝากให้ไปลองทำกัน ลองหาชิมดู เอาไว้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้การควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เมื่อมีกิจวัตรที่ดี การรับประทานที่ดี แน่นอนว่าสุขภาพที่ดีจะต้องตามมาไม่ช้าก็เร็ว


การลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร สิ่งที่ต้องลดมากที่สุดคือ แป้ง และอีกอย่าง ที่หลายๆ คนคิดว่าต้องลดด้วยเหรอ มีผลเหรอ แต่หารู้ไม่ว่า นี่คือสิ่งสำคัญไม่แพ้แป้งเลยทีเดียว สิ่งนั้นก็คือ โซเดียม ซึ่งโซเดียมนี้ อยู่ในอาหารที่เป็นเครื่องปรุงทั้งหลาย เช่น เกลือ น้ำปลาร้า กะปิ น้ำปลา ฯลฯ ฉะนั้น การลดน้ำหนักที่ดี ต้องลดแป้ง และโซเดียม ควบคู่กันไป


เมนูอาหารคลีน


พร้อมแล้วกับ เมนูอาหารคลีนง่ายๆ ทำเอง เมนูเพื่อการควบคุมน้ำหนัก 15 อย่าง ดูสิ ! อาหารแต่ละเมนู คิดเอง ปรุงเองเลยนะ ชื่อเมนูก็เรียกไปตามวัตถุดิบที่ทำ ลองไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง


1. ขนมปังทูน่า

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ขนมปังทูน่า


เป็นเมนูประยุกต์ที่มีความเก๋ไก๋ แต่ไม่หายไปซึ่งรสชาติที่ดี มีความมันของไข่และทูน่าเข้ากันอย่างมาก เสิร์ฟพร้อมกับเสาวรสสด 1 ลูก ส่วนผสมก็ประกอบไปด้วย ไข่แดง 1 ฟอง ไข่ขาว 2 ฟอง (ว่ากันว่า เราสามารถรับประทานไข่ขาวได้ถึงวันละ 5 ฟองเชียวนะ แต่เน้นว่าไข่ขาวอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนไข่แดงอย่างมากที่สุดวันละ 1 ฟองก็เพียงพอแล้ว) ต่อด้วยขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น ทูน่าในน้ำแร่ ผักสดก็เลือกเอาตามใจชอบ ส่วนวิธีทำก็เอามาประกอบร่างกันให้เป็นเหมือนในรูป เพียงเท่านี้ก็ได้อาหารคลีน 1 อย่างที่ไม่ต้องปรุงรสเติมชาติให้จัด ก็อร่อยได้เหมือนกัน แถมดีต่อสุขภาพด้วย


2. แซนวิชไข่คน + ทูน่า


เมนูนี้นั้นออกจะง่ายแสนง่าย มีวัตถุดิบไม่กี่อย่างก็สามารถนำมาประกอบเป็นอาหารคลีนรสชาติดีๆ ได้เพิ่มอีก 1 อย่าง เป็นเมนูที่คล้ายกับเมนูแรก มีไข่ 1 ฟอง ตีลงในกระทะแล้วตีให้แตก คนๆๆ ให้เป็นลักษณะคล้ายกับ Omlet โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน จะให้ความรู้สึกผิวสัมผัสของไข่ด้านหน่อยๆ แต่ก็อร่อยเหมือนกัน ตามด้วยขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น ปิดท้ายด้วยผักตามใจชอบ เสิร์ฟพร้อมกับเสาวรสสดๆ 1 ลูกเช่นกัน อะไรจะธรรมชาติขนาดนี้


3. ข้าวกล้องคลุกสับปะรดใส่อกไก่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้าวกล้องคลุกสับปะรดใส่อกไก่


เมนูนี้เพียงแค่มีไมโครเวฟก็สามารถทำได้ง่ายๆ มีส่วนผสมเป็นข้าวกล้อง สับปะรด เนื้ออกไก่ ผักต่างๆ ตามใจชอบ แล้วปิดท้ายด้วยมะนาว 1 ซีกเป็นการเพิ่มรสชาติความเปรี้ยวที่ตัดกับความมันของข้าว อกไก่ และความเปรี้ยวอมหวานของสับปะรดได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งอาหารคลีนที่มีรสชาติถูกปากอย่าบอกใครเชียว กินแล้วเจริญอาหารชัวร์ !


4. ข้าวกล้องไข่ทูน่า

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้าวกล้องไข่ทูน่า


บอกเลยว่าเมนูนี้เป็นอะไรที่คลีนมากๆ ประกอบด้วยไข่ ทูน่า เสิร์ฟพร้อมผักสดที่เราชอบ กินคู่กับข้าวไรซ์เบอรี่ร้อนๆ เพียงเท่านี้ก็อร่อยได้แบบคลีนๆ แล้ว


5. ก๋วยเตี๋ยวหมี่ข้าวกล้องต้มยำแห้ง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ก๋วยเตี๋ยวหมี่ข้าวกล้องต้มยำแห้ง


มาดูเมนูที่เป็นเส้น หรือเมนูก๋วยเตี๋ยวที่เราชื่นชอบกันบ้างดีกว่า บอกไว้ก่อนเลยว่าเมนูนี้อาจจะไม่คลีน 100% แต่รับรองได้ว่าแคลอรี่ไม่สูงเท่ากับก๋วยเตี๋ยวทั่วๆ ไปอย่างแน่นอน ส่วนผสมก็หาได้ไม่ยาก ประกอบไปด้วย เส้นหมี่ข้าวกล้อง ถั่วฝักยาว ผักลวกแล้วแต่ตามชอบ ลูกชิ้นอกไก่ หรืออาจใส่เป็นอกไก่รวนกับน้ำสต๊อกก็ได้ จากนั้นใส่เครื่องปรุงเล็กน้อยเพื่อให้เกิดรสชาติ คราวนี้ก็พร้อมที่จะอิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารคลีนเมนูนี้แล้ว


6. ข้าวคลุกอโวคาโดอกไก่ + ไข่เจียวใส่ดอกขจร

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


เมนูนี้ทำได้ไม่ยากเลย มีข้าวไรซ์เบอรรี่ ปูอัด 1 แท่ง แครอท อะโวคาโดหั่นเป็นลูกเต๋า อกไก่อบ 2 - 3 ชิ้น และไข่เจียวใส่ดอกขจร เจียวแบบไม่ใส่น้ำมัน วิธีทำนี่ยิ่งง่ายใหญ่ น้ำส่วนผสมที่เราเตรียมไว้ทุกอย่างมารวมๆ กัน คลุกให้เข้ากัน จากนั้นนำเข้าเตาไมโครเวฟ เมื่อสุกได้ที่ก็นำเอาอะโวคาโดมาคลุกใส่เข้าไป รอประมาณ 2 - 3 นาที เสิร์ฟพร้อมกับเสาวรส เท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้ว


7. ข้าวคลุกไข่เจียว ปูอัด อกไก่ ราดด้วยเสาวรส

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้าวคลุกไข่เจียว ปูอัด อกไก่ ราดด้วยเสาวรส

เมนูนี้จะคล้ายๆ กับเมนูที่ 6 เพียงแต่ไม่มีอะโวคาโดเท่านั้นเอง ก่อนรับประทานก็นำเอาเสาวรสราดลงไปบนเข้าเพื่อให้เกิดรสชาติเปรี้ยวๆ ตัดกับความมันของข้าวและไก่สักหน่อย เป็นเมนูอาหารคลีนที่อร่อยเกินกว่าจะบรรยายได้


8. นมจืดใส่แอลมอน อโวคาโด งาดำ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ นมจืดใส่แอลมอน อโวคาโด งาดำ

ขอแทรกกันด้วยเมนูอาหารเช้าง่ายๆ กันหน่อย คล้ายๆ กับซีเรียลที่เราชอบกินกัน เพียงแต่จะขอเปลี่ยนวัตถุดิบจากซีเรียลเป็นผลไม้และธัญพืชเคี้ยวได้ กรุบๆ มันๆ อย่างอะโวคาโด เมล็ดแอลมอน งาดำ และอื่นๆ ตามใจชอบ เสร็จแล้วก็เทนมลง ผสมให้เข้ากัน พร้อมที่จะมีสุขภาพที่ดีในตอนเช้ากับเมนูคลีนๆ เมนูนี้แล้ว


9. ส้มตำ ไก่นึ่ง แบบคลีน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ส้มตำ ไก่นึ่ง แบบคลีน


เมนูนี้ก็อาจจะไม่ได้คลีน 100% แต่การันตีได้ว่ายังไงก็ดีต่อสุขภาพแน่นอน มีอกไก่นึ่งเน้นๆ รับประทานคู่กับส้มตำที่ไม่ใส่น้ำตาล ปรุงรสด้วยน้ำปลานิดหน่อย เป็นเมนูอาหารคลีนที่อยากให้ลองเอาไปทำกันดู สำหรับใครไม่ได้ชอบรับประทานผักแบบเป็นชีวิตจิตใจ เมนูนี้ก็เหมาะมากๆ


10. ขนมปังออมเลททูน่า + เสาวรส

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ขนมปังออมเลททูน่า + เสาวรส


เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารเช้าง่ายๆ ที่สุดแสนจะคลีน และดีต่อสุขภาพมากๆ มีขนมปัง ไข่คนที่ไม่ใช้น้ำมัน ประกอบเข้ากับผักตามที่เราชอบ เสิร์ฟพร้อมกับเสาวรสสดๆ 1 ลูก เป็นรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ออกมันที่ดูเข้ากันที่สุด


11. ข้าวคลุกอโวคาโด สับปะรด อกไก่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้าวคลุกอโวคาโด สับปะรด อกไก่


เมนูนี้ทำได้ง่ายๆ อีกแล้ว เพียงนำส่วนผสมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้าว อะโวคาโด สับปะรด อกไก่ รวมถึงผักตามใจชอบมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 2 - 3 นาที เมื่อสุกได้ทีแล้วก็นำออกจากเตาอบ บีบมะนาวเพิ่มเข้าไปสัก 1 ซีกเพื่อเพิ่มรสชาติ เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารคลีนเพื่อสุขภาพที่ใครก็อยากจะลิ้มลอง


12. ข้าวราดไก่ย่าง + ไข่ต้ม


เมนูนี้เหมาะมากกับการเป็นอาหารเที่ยง เนื้ออกไก่เน้นๆ นำไปย่างให้สุกได้ที่ รับประทานคู่กับข้าวไรซ์เบอรี่ ผักที่เราชอบ แถมด้วยไข่ต้ม 1 ฟอง เพียงเท่านี้ก็คงจะให้เราอิ่มได้ทั้งวันแล้วล่ะ


13. อาหารคลีนสุกี้ผักรวม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อาหารคลีนสุกี้ผักรวม


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าจริงๆ แล้วสุกี้ก็คลีนได้เหมือนกันนะ รับประทานได้เรื่อยๆ แบบไม่ต้องใส่น้ำจิ้ม ต้มผักให้เปื่อยสักหน่อย ใส่เนื้ออกไก่ลงไปเพิ่มด้วย แค่ได้กลิ่นก็ฟินไปไกลแล้ว


14. ส้มตำ (ควรใส่ถั่วน้อยๆ)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ส้มตำ (ควรใส่ถั่วน้อยๆ)


แค่เห็นก็น่าลิ้มลองแล้วกับเมนูส้มตำปลาร้าไม่ใส่น้ำตาล เชื่อว่าแค่มีปลาร้าก็จะทำให้ทุกอย่างดูลงตัว แถมยังเป็นอีกหนึ่งเมนูที่มีคุณทางสารอาหารครบ 5 หมู่ด้วย


15. อกไก่ย่าง ต้มจืดลูกชิ้นอกไก่